25 ปี iPod ยังถูกค้นหาบน eBay ทุก 2 วินาที ท่ามกลางกระแสคิดถึงอุปกรณ์ยุคเก่า
บทความย้อนกลับไปยังวันที่ Apple เปิดตัว iPod เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2001 พร้อมคำโฆษณาอันโด่งดังว่า “1,000 เพลงในกระเป๋าของคุณ” ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยผลักดัน Apple สู่การเป็นแบรนด์…

บทความย้อนกลับไปยังวันที่ Apple เปิดตัว iPod เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2001 พร้อมคำโฆษณาอันโด่งดังว่า “1,000 เพลงในกระเป๋าของคุณ” ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยผลักดัน Apple สู่การเป็นแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงสุดในโลก แม้เวลาจะผ่านมากว่า 1 ใน 4 ศตวรรษ แต่ iPod กลับหายไปจากร้านทางการของ Apple แล้ว โดย iPod Classic ถูกยุติการขายในปี 2014 และ iPod Touch ตามออกไปในปี 2022 เมื่อสมาร์ทโฟนและบริการสตรีมมิงเข้ามาแทนที่บทบาทเดิมของมัน
อย่างไรก็ตาม รายงานข้อมูลตลาดจาก eBay ชี้ว่า iPod ยังมีชีวิตชีวาในตลาดมือสองอย่างน่าประหลาดใจ โดยมีการค้นหาคำว่า “iPod” บนแพลตฟอร์มทุก 2 วินาทีทั่วโลก สะท้อนทั้งแรงดึงดูดจากความคิดถึงอดีตและความสนใจของผู้บริโภคที่เริ่มหวนกลับไปหาอุปกรณ์แบบเป็นเจ้าของจริง มากกว่าการพึ่งพาบริการดิจิทัลที่เข้าถึงได้เพียงชั่วคราว
eBay ยังระบุว่าพฤติกรรมซื้อของมือสองกำลังขยายตัวในวงกว้าง โดยผู้บริโภค 76% ที่สำรวจเคยซื้อสินค้ามือสองในรอบปีที่ผ่านมา แนวโน้มนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ความนิยมของสินค้าวินเทจ แต่ยังเชื่อมโยงกับแรงกดดันด้านค่าครองชีพและราคาสินค้าที่สูงขึ้น ทำให้สินค้ามือสองดูคุ้มค่ากว่าในหลายกรณี
บทความยังโยงประเด็นไปถึงความอิ่มตัวและความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นต่อบริการสตรีมมิง ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ หรือคอนเทนต์ดิจิทัลอื่น ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่คุณค่าที่ผู้ใช้ได้รับไม่ได้เพิ่มตาม บวกกับปัญหาเรื่องโฆษณา ฟีเจอร์ AI และอัลกอริทึมที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการฟังหรือเสพคอนเทนต์มากเกินไป
สำหรับผู้ใช้ที่เติบโตมากับการสะสมไฟล์เพลงใน iTunes หรือผู้บริโภครุ่นใหม่ที่กังวลเรื่องความไม่ถาวรของทรัพย์สินดิจิทัล แนวคิดเรื่องการมีอุปกรณ์อย่าง iPod จึงกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เพราะมันมอบประสบการณ์แบบครอบครองจริง ไม่ใช่เพียงแค่ “เข้าถึงได้” ชั่วคราวเท่านั้น
ในมุมของราคา eBay ระบุว่าในสหราชอาณาจักร iPod Classic มือสองเฉลี่ยราว 45 ปอนด์ iPod Touch ประมาณ 30 ปอนด์ และ iPod Nano ราว 20 ปอนด์ ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ iPod กลายเป็นทั้งของสะสมและอุปกรณ์ที่ยังจับต้องได้ในราคาย่อมเยา บทสรุปของเรื่องนี้คือ กระแสมือสองไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่นชั่วคราว แต่สะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่เริ่มเห็นคุณค่าของ “การเป็นเจ้าของ” มากกว่า “การเช่าใช้” ในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน


