MIT Tech Review ชวนคนแข่งย้อนวัยชีวภาพ ผ่านคะแนนและลีดเดอร์บอร์ด
MIT Technology Review เล่าถึงการแข่งขันรูปแบบใหม่ชื่อ Younger ที่ชวนผู้เข้าแข่งขันราว 500 คนมาประลองกันด้วยเป้าหมายแปลกกว่าการวิ่งหาอายุยืนทั่วไป นั่นคือการ “ทำให้อายุชีวภาพลดลง” แทนที่จะวัดกันที่อายุ…

MIT Technology Review เล่าถึงการแข่งขันรูปแบบใหม่ชื่อ Younger ที่ชวนผู้เข้าแข่งขันราว 500 คนมาประลองกันด้วยเป้าหมายแปลกกว่าการวิ่งหาอายุยืนทั่วไป นั่นคือการ “ทำให้อายุชีวภาพลดลง” แทนที่จะวัดกันที่อายุจริง โดยผู้ร่วมแข่งขันจะถูกประเมินจากหลายเครื่องมือ ทั้งการตรวจเลือด ตัวชี้วัดสมรรถภาพทางกาย การทดสอบการทำงานของสมอง ไปจนถึงการประเมินอายุจากภาพใบหน้า และมีลีดเดอร์บอร์ดคอยจัดอันดับผลลัพธ์อย่างเปิดเผย
ผู้ผลักดันโครงการนี้คือ Christin Glorioso นักประสาทวิทยาและแพทย์ ผู้ก่อตั้ง NeuroAge Therapeutics ซึ่งมองว่ากิจกรรมนี้จะช่วยอธิบายให้สาธารณชนเข้าใจว่า “นาฬิกาวัดอายุ” หรือ aging clocks คืออะไร รวมถึงช่วยเก็บข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อทำความเข้าใจว่านาฬิกาแต่ละชนิดวัดแง่มุมใดของความชรา เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือประเภทนี้มากกว่าร้อยแบบ แต่ยังมีข้อถกเถียงว่าการใช้ทำนายอายุชีวภาพของรายบุคคลนั้นแม่นยำพอหรือไม่
บทความอธิบายว่า aging clocks หลายแบบวัดจากเครื่องหมายเคมีบน DNA ขณะที่บางแบบดูโปรตีน ไขมันในเลือด หรือการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ จุดเด่นของการแข่งขันนี้คือใช้หลายตัวชี้วัดประกอบกัน ไม่พึ่งผลทดสอบเดียว เพื่อให้ภาพรวมสุขภาพและความเสื่อมของร่างกายกว้างขึ้น ผู้เข้าร่วมมาตรฐานจะส่งตัวอย่างเลือดไปวิเคราะห์กับ TruDiagnostic รับคะแนนอายุชีวภาพ การเสื่อมตามเวลา และอายุชีวภาพของอวัยวะ 11 ระบบ ขณะเดียวกันยังมีการทดสอบสมองจาก NeuroAge และการวิเคราะห์ใบหน้าผ่านแอปที่พัฒนาร่วมกับทีมจาก Harvard
Glorioso ยังหวังใช้เวทีนี้เป็นพื้นที่ทดลองเชิงปฏิบัติสำหรับแนวทางส่งเสริมอายุยืนบางอย่าง เช่น หน้ากากแสงแดง ซาวน่า และกิจกรรมอื่นที่ผู้สนับสนุนอาจอยากดูผลลัพธ์กับข้อมูลจริง โดยเธอมองว่าบริษัทเล็ก ๆ จำนวนมากไม่มีงบพอสำหรับการทำการทดลองทางคลินิกเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ เธอยังมองโครงการนี้ในมุมสาธารณสุข เพราะหากชะลอความแก่ของประชากรได้แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจลดภาระทางเศรษฐกิจมหาศาลได้
การแข่งขันเพิ่งเริ่มเปิดรับ แต่มีผู้สมัครแล้วราว 120 คนและคาดว่าจะครบ 500 คนภายในรอบกิจกรรมหกเดือน ผู้เข้าร่วมบางรายเริ่มลงข้อมูล baseline กันแล้ว และผลเบื้องต้นก็ดูสะท้อนความไม่แน่นอนของเครื่องมือเหล่านี้ได้ชัด เช่น บางคนมีอายุชีวภาพต่ำกว่าวัยจริงมาก ขณะที่อีกรายกลับถูกประเมินว่าแก่กว่าวัยจริงอย่างมากในบางมิติ เช่น ความเร็วในการลุกจากเก้าอี้ที่ถูกตีค่าราวกับอายุถึง 100 ปี
บทความยังสะท้อนเสียงมุมมองจากแพทย์ด้าน longevity อย่าง Hillary Lin ที่มองว่าการแข่งขันอาจยังสั้นเกินไปสำหรับการเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่ก็เป็นโอกาสดีในการทดลองปรับพฤติกรรมด้านการนอน อาหาร และการออกกำลังกาย ด้านผู้เขียนเองก็ลงแข่งด้วยความสงสัยปนขัน โดยยอมรับว่าผลทดสอบอายุชีวภาพที่เคยได้ในอดีตนั้นชวนให้ตั้งคำถามไม่น้อย สรุปแล้ว บทความนี้ไม่ได้เสนอว่าอายุชีวภาพคือคำตอบสุดท้าย แต่ชี้ให้เห็นว่ามันกำลังกลายเป็นสนามทดสอบใหม่ของวงการสุขภาพเชิงป้องกัน เทคโนโลยีชีวภาพ และธุรกิจ longevity ที่พยายามหาวิธีวัดและชะลอวัยอย่างเป็นระบบมากขึ้น


