อดัม คอนโอเวอร์ชี้ YouTube กำลังกลืนธุรกิจทีวีและสร้างอำนาจต่อรองใหม่ให้แพลตฟอร์ม
บทสนทนากับอดัม คอนโอเวอร์ นักแสดงตลก พิธีกรพอดแคสต์ และผู้ทำคอนเทนต์บน YouTube สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง โดยเขามองว่าบทบาทของตัวเองไม่ได้เป็นเพียง “ครีเอเตอร์” ตามคำ…

บทสนทนากับอดัม คอนโอเวอร์ นักแสดงตลก พิธีกรพอดแคสต์ และผู้ทำคอนเทนต์บน YouTube สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง โดยเขามองว่าบทบาทของตัวเองไม่ได้เป็นเพียง “ครีเอเตอร์” ตามคำเรียกของแพลตฟอร์ม แต่เป็นแรงงานสื่อในระบบเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเทคโนโลยีมากกว่าคนทำงานสร้างสรรค์ คอนเวอร์วิจารณ์ว่าคำอย่าง creator ถูกใช้เพื่อทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ยอมรับข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม ทั้งที่รายได้จริงตกไปอยู่กับแพลตฟอร์มและอัลกอริทึมเป็นหลัก
เขาอธิบายว่าหน่วยธุรกิจด้านสื่อเก่าอย่างฮอลลีวูดและสถานีโทรทัศน์กำลังเสียพื้นที่ให้กับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมพยายามไล่ตาม Netflix ด้วยการสร้างบริการสตรีมมิงของตัวเอง จนไปทำลายธุรกิจเคเบิลและทีวีเชิงเส้น แต่กลับปล่อยให้คอนเทนต์สำคัญจำนวนมาก เช่น ข่าว รายการสนทนา รายการไลฟ์สไตล์ และรายการวาไรตี้ ย้ายไปอยู่บน YouTube โดยแทบไม่ทันสังเกตว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
มุมมองของคอนเวอร์คือ YouTube ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มวิดีโอทั่วไป แต่กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของโทรทัศน์ เพราะเป็นบริการสตรีมมิงขนาดใหญ่ที่สุดบนทีวีที่ติดตั้งตามบ้านเรือนแล้ว ขณะที่คนในวงการจำนวนมากยังมองข้ามการเปลี่ยนแปลงนี้ เขาเชื่อว่าฮอลลีวูดกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูรูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเหนือกว่าเครือข่ายโทรทัศน์แบบเดิม เพราะระบบแนะนำของแพลตฟอร์มไม่เปิดโอกาสให้เจรจาต่อรองเหมือนกับผู้ซื้อสื่อในอดีต
อีกประเด็นสำคัญคือเศรษฐกิจของแพลตฟอร์มที่อาศัยคอนเทนต์ฟรีจำนวนมหาศาลจากผู้ใช้และผู้สร้างรายย่อย คอนเวอร์มองว่า TikTok, Instagram และ YouTube ต่างผลักดันให้คนผลิตงานด้วยความหวังว่าจะเติบโตเป็นดาวดัง แต่ความจริงคือมีคนจำนวนน้อยมากที่ได้ประโยชน์ระดับสูง ขณะที่คนส่วนใหญ่ต้องทำงานภายใต้กติกาที่ควบคุมโดยบริษัทเทคโนโลยี เขาจึงตั้งคำถามกับแนวคิดที่ว่าอินเทอร์เน็ตทำให้การเข้าถึงสื่อเป็นประชาธิปไตย เพราะในทางปฏิบัติอัลกอริทึมกลับทำหน้าที่เป็นประตูด่านใหม่ที่แข็งตัวและคาดเดาไม่ได้กว่าเดิม
ภาพรวมของบทสัมภาษณ์จึงไม่ใช่แค่เรื่องอาชีพของคอนเวอร์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนการย้ายศูนย์กลางอำนาจจากสตูดิโอและสถานีโทรทัศน์ไปสู่แพลตฟอร์มเทคโนโลยี ซึ่งกำลังเปลี่ยนทั้งวิธีผลิต วิธีเผยแพร่ และวิธีหารายได้จากสื่อบันเทิง ข้อสรุปที่เขาย้ำคืออุตสาหกรรมเดิมไม่ควรมองว่ากำลังแข่งขันกับโซเชียลมีเดียแค่ในเชิงจำนวนผู้ชม แต่ต้องยอมรับด้วยว่ากฎเกมใหม่ถูกกำหนดโดยบริษัทแพลตฟอร์มที่ควบคุมการเข้าถึงผู้ชมและรายได้แทบทั้งหมด


