ม็อด Calamity ของ Terraria ยุติการพัฒนา หลังข้อกล่าวหาและชื่อเสียงเสียหายสะสม
ม็อด Calamity ซึ่งเป็นหนึ่งในม็อดขนาดใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดของเกม Terraria ประกาศยุติการพัฒนาอย่างถาวร หลังจากดำเนินงานมานานราว 10 ปี โดยทีมพัฒนาระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากการพูดคุยภายในอย่าง…

ม็อด Calamity ซึ่งเป็นหนึ่งในม็อดขนาดใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดของเกม Terraria ประกาศยุติการพัฒนาอย่างถาวร หลังจากดำเนินงานมานานราว 10 ปี โดยทีมพัฒนาระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากการพูดคุยภายในอย่างหนักและความรู้สึกหมดไฟที่สั่งสมมานานจากปัญหาภายในทีมและประวัติที่เป็นข้อถกเถียงต่อเนื่อง
Calamity เคยถูกมองว่าเป็นผลงานระดับ “ภาคเสริม” ของ Terraria เพราะเพิ่มคอนเทนต์จำนวนมาก ทั้งบอสใหม่ อาวุธ และระบบต่อสู้ที่ขยายประสบการณ์ของเกมต้นฉบับอย่างมีนัยสำคัญ แต่เบื้องหลังความสำเร็จ ม็อดนี้เผชิญปัญหาความขัดแย้งภายในและเรื่องอื้อฉาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทีมงานจำนวนหนึ่งรู้สึกว่าความไว้วางใจต่อผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการถูกทำลายลง
ในแถลงการณ์ ทีมงานระบุว่าหลายคนรู้สึกเหมือนถูกหักหลังจากคำสัญญาที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และเมื่อเวลาผ่านไป ความกระตือรือร้นในการทำงานก็หายไปเกือบหมด หลายคนเลือกถอนตัวออกจากโครงการไปแล้ว พร้อมมองว่าการเดินหน้าต่อไปภายใต้ชื่อ Calamity ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพวกเขาที่อยากสร้างผลงานใหม่โดยไม่ผูกกับชื่อเสียงที่เสียหายอย่างรุนแรง
ประเด็นสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดคือข้อกล่าวหาต่อ Ozzatron ผู้ดูแลการพัฒนาคนล่าสุดของม็อด ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับเซิร์ฟเวอร์ NSFW ที่มีผู้เยาว์อยู่ในนั้น และยังถูกมองว่าละเลยหรือยอมให้สถานการณ์ดังกล่าวดำเนินต่อไป เรื่องนี้ตามหลังข้อกล่าวหาคล้ายกันที่เคยเกิดขึ้นกับ Fabisol อดีตผู้นำโครงการมาก่อนในปี 2022 ทำให้ปัญหาด้านจริยธรรมของทีมพัฒนากลายเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง
ทีมงานยังระบุว่ามีผู้สร้างผลงานอาร์ตและแอสเซ็ตจำนวนมากร้องขอให้ลบผลงานของตนออกจากม็อด แต่ด้วยจำนวนผลงานที่สะสมมาหลายปีและกำลังคนที่เหลือน้อยมาก การถอดหรือแทนที่ทุกชิ้นแทบเป็นไปไม่ได้ จึงมองว่าการหยุดพัฒนาเป็นทางออกที่ใกล้เคียงที่สุดในการเคารพคำขอของผู้มีส่วนร่วม
นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่องการเงินและการบริหารจัดการ โดยทีมงานเผยว่า Ozzatron หายเงียบไปและไม่สื่อสารเกี่ยวกับเงินรางวัลที่ค้างจ่าย รวมถึงเงิน Patreon ที่ถูกเก็บสะสมไว้หลายพันดอลลาร์ สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของทีมพังทลายลงไปอีก และทำให้การยุติโครงการถูกมองไม่ใช่แค่การปิดฉากม็อดใหญ่ของ Terraria แต่ยังเป็นบทสรุปของความขัดแย้งทางจริยธรรมและการบริหารที่ยืดเยื้อมานาน


