NASA เตรียมดัน Starliner กลับมามีบทบาทหลัก หลังอนาคต Crew Dragon ไม่แน่นอน
NASA กำลังปรับแผนด้านการขนส่งนักบินอวกาศในวงโคจรต่ำท่ามกลางความไม่แน่นอนของอนาคต SpaceX Crew Dragon ซึ่งปัจจุบันเป็นยานพาหนะที่ใช้งานได้จริงเพียงลำเดียวของหน่วยงานสำหรับภารกิจลูกเรือประจำไปยังสถานี…

NASA กำลังปรับแผนด้านการขนส่งนักบินอวกาศในวงโคจรต่ำท่ามกลางความไม่แน่นอนของอนาคต SpaceX Crew Dragon ซึ่งปัจจุบันเป็นยานพาหนะที่ใช้งานได้จริงเพียงลำเดียวของหน่วยงานสำหรับภารกิจลูกเรือประจำไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ รายงานระบุว่า NASA มองไปข้างหน้าถึงความเป็นไปได้ที่ SpaceX อาจยุติการใช้ Crew Dragon ภายในปี 2030 หรือเร็วกว่านั้น ทำให้หน่วยงานจำเป็นต้องมีทางเลือกอื่นที่พร้อมใช้งานมากขึ้น
ในบริบทนี้ NASA เตรียมออกมาตรการสำคัญเพื่อช่วยให้ Boeing Starliner กลับมามีสถานะสำคัญในแผนการบินอวกาศอีกครั้ง โดยแหล่งข่าวหลายรายระบุว่า NASA อาจประกาศสั่งซื้อภารกิจโดยสารนักบินอวกาศ Starliner เพิ่มอีก 2 เที่ยวจาก Boeing ในเร็ว ๆ นี้ การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนว่าหน่วยงานยังต้องการคง Starliner ไว้เป็นตัวเลือกหลักระยะยาว แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีประวัติที่ไม่สม่ำเสมอและเผชิญปัญหาด้านความน่าเชื่อถือหลายครั้ง
นอกจากการสั่งภารกิจเพิ่มแล้ว NASA ยังมีแผนช่วยแบ่งภาระค่าใช้จ่ายบางส่วนในการแก้ปัญหาระบบขับดันของ Starliner ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดอ่อนสำคัญของยานลำนี้ ปัญหาดังกล่าวเคยเป็นอุปสรรคต่อการรับรองและการใช้งานเชิงปฏิบัติการมาก่อน ดังนั้นการสนับสนุนจาก NASA จึงมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการนำยานกลับมาบินอย่างต่อเนื่อง
อีกประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนไปใช้จรวดรุ่นใหม่สำหรับปล่อย Starliner เนื่องจาก Atlas V ซึ่งเป็นจรวดที่ใช้กับภารกิจเดิมใกล้จะปลดระวาง NASA จึงเตรียมสนับสนุนกระบวนการรับรองให้ Starliner สามารถขึ้นบินบนจรวดลำใหม่ได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นหากต้องการให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้หลัง Atlas V หมดอายุการใช้งาน
ภาพรวมของแผนนี้สะท้อนว่าหน่วยงานอวกาศสหรัฐกำลังสร้างความยืดหยุ่นในระบบขนส่งมนุษย์สู่อวกาศมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียว การผลักดันให้ Starliner ผ่านทั้งการแก้ไขทางเทคนิคและการรับรองการปล่อยบนจรวดใหม่จึงไม่ใช่แค่การช่วย Boeing เท่านั้น แต่ยังเป็นการลดความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของ NASA เอง หาก Crew Dragon ออกจากระบบเร็วกว่าที่คาด


