Owlcat โตเป็นสตูดิโอ 600 คน พร้อมลุยเกมใหม่ทั้ง Warhammer 40,000 และ The Expanse
Owlcat Games พัฒนาจากทีมเล็ก ๆ ราว 15 คนในยุค Pathfinder: Kingmaker จนกลายเป็นสตูดิโอขนาดประมาณ 600 คนภายในราวสิบปี และปัจจุบันกำลังเดินหน้าหลายโปรเจกต์ขนาดใหญ่พร้อมกัน ทั้ง Warhammer 40,000: Dark…

Owlcat Games พัฒนาจากทีมเล็ก ๆ ราว 15 คนในยุค Pathfinder: Kingmaker จนกลายเป็นสตูดิโอขนาดประมาณ 600 คนภายในราวสิบปี และปัจจุบันกำลังเดินหน้าหลายโปรเจกต์ขนาดใหญ่พร้อมกัน ทั้ง Warhammer 40,000: Dark Heresy และ The Expanse: Osiris Reborn ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากผู้พัฒนาเกม cRPG สไตล์มุมมองจากด้านบน ไปสู่การทำเกมหลายแนวในระดับงานโปรดักชันที่ใหญ่ขึ้นมาก
บทความนี้ชี้ว่าเส้นทางเติบโตของสตูดิโอเกิดจากความสำเร็จต่อเนื่องของ Pathfinder: Kingmaker และโดยเฉพาะ Pathfinder: Wrath of the Righteous ที่ช่วยยืนยันกับทั้งพาร์ตเนอร์ ผู้ถือสิทธิ์ และตลาดว่า Owlcat สามารถสร้างเกม RPG ขนาดใหญ่ที่มีเนื้อหาแน่นและทำซ้ำความสำเร็จได้ ไม่ใช่เพียงโชคครั้งเดียว ความน่าเชื่อถือนี้เป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้การคุยงานกับ Games Workshop และเจ้าของสิทธิ์รายอื่น ๆ เดินหน้าไปสู่โครงการใหม่ได้
สำหรับ Warhammer 40,000: Rogue Trader ซึ่งออกในปี 2023 แม้จะไม่ได้เป็นกระแสไวรัลระดับเดียวกับ Baldur’s Gate 3 แต่ก็ถือเป็นผลงานที่ทำได้ดีเกินค่าเฉลี่ยของสตูดิโอและยกระดับภาพลักษณ์ของ Owlcat อย่างมาก ผู้บริหารของบริษัทมองว่าเกมนี้เป็นทั้งความสำเร็จเชิงพาณิชย์และจุดพิสูจน์ว่าทีมสามารถสร้างประสบการณ์ RPG ที่มีทางเลือกและผลลัพธ์ตามการตัดสินใจของผู้เล่นได้ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น
Alexander Mishulin ผู้ร่วมก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Owlcat อธิบายว่า กระบวนการพัฒนาเกมของสตูดิโอในตอนนี้มีการวางแผนความสำเร็จไว้หลายระดับ ตั้งแต่ยอดขายขั้นต่ำ เป้าหมายปกติ ไปจนถึงกรณีที่เกมประสบความสำเร็จเกินคาด เขาย้ำว่า Rogue Trader ได้รับประโยชน์จากกระแสความนิยมของ BG3 ในตลาด RPG โดยรวม เพราะเกมของ Larian ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากหันมาสนใจเกมแนวนี้มากขึ้น และช่วยเปิดพื้นที่ให้เกม RPG อื่น ๆ ได้รับความสนใจตามไปด้วย
ในอีกด้านหนึ่ง Owlcat มองว่าตัวเองก็ช่วยขยายฐานแฟน Warhammer 40,000 ได้เช่นกัน เพราะ Rogue Trader ดึงผู้เล่นที่เดิมสนใจแค่เกม RPG ให้ค่อย ๆ เข้าไปสำรวจโลกของแฟรนไชส์นี้ต่อ ไม่ว่าจะเป็นเกมอื่นหรือแม้แต่เกมกระดาน ทีมงานจึงเชื่อว่าผลงานของตนมีส่วนผลักดันให้ช่วงเวลานี้เป็นเหมือนยุคทองของ Warhammer 40,000 ในสื่อเกม
สิ่งที่น่าสนใจคือทิศทางใหม่ของ Owlcat ไม่ได้หยุดอยู่แค่เกมเดิม ๆ Dark Heresy ยังเป็น cRPG ที่เน้นการสืบสวนและบทบาทของ Inquisitor ตามธีม Warhammer 40,000 แต่ The Expanse: Osiris Reborn ถือเป็นการออกนอกกรอบอย่างชัดเจน ด้วยมุมกล้องบุคคลที่สามและรูปแบบแอ็กชัน RPG ที่ใกล้เคียง Mass Effect มากกว่าเกมก่อนหน้าของสตูดิโอ บทความจึงสะท้อนว่า Owlcat กำลังพยายามขยายความสามารถของทีมโดยยังคงยึดตัวตนด้านการทำเกม RPG ที่มีน้ำหนักทางเนื้อหาและการตัดสินใจของผู้เล่นเป็นแกนหลัก


