แอนดรูว์ ชูลซ์อธิบายดราม่าหยอกมอร์ตัลคอมแบตบนเวที The Game Awards
ในงาน The Game Awards 2025 แอนดรูว์ ชูลซ์ นักแสดงและคอมเมเดียนที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์ Street Fighter ตกเป็นกระแสหลังขึ้นเวทีโปรโมตหนังแล้วพูดพาดพิงถึงทีมนักแสดง Mortal Kombat II ราวกับเชิญขึ้นเวที ทั้ง…

ในงาน The Game Awards 2025 แอนดรูว์ ชูลซ์ นักแสดงและคอมเมเดียนที่ร่วมแสดงในภาพยนตร์ Street Fighter ตกเป็นกระแสหลังขึ้นเวทีโปรโมตหนังแล้วพูดพาดพิงถึงทีมนักแสดง Mortal Kombat II ราวกับเชิญขึ้นเวที ทั้งที่จริงอีกฝ่ายไม่ได้มาร่วมงาน ก่อนจะเฉลยในเชิงมุกว่าเป็นการแซวกันแบบขำ ๆ เพื่อสร้างสีสันให้กับการแข่งขันระหว่างสองแฟรนไชส์เกมต่อสู้ชื่อดัง
คำพูดดังกล่าวกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ชมจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นการจิกกัดแบบไม่เป็นมิตรต่อหนังอีกค่าย ขณะที่บางคนเห็นว่าเป็นมุกที่แรงเกินไป และลอว์เรนซ์หรือคนในวงการบางส่วนก็ออกมาแสดงความไม่พอใจตามกระแส อย่างไรก็ตาม ชูลซ์ยืนยันภายหลังว่าเขาเพียงอ่านตามสคริปต์ และตั้งใจเล่นบทแบบ “แย่งซีน” เพื่อกระตุ้นการพูดถึงทั้งสองเรื่องในลักษณะเดียวกับการโปรโมตร่วมกันของบล็อกบัสเตอร์ที่ช่วยกันสร้างกระแส
ในการสัมภาษณ์ต่อมา ชูลซ์อธิบายว่ามองเหตุการณ์นี้เป็นมุกสไตล์มวยปล้ำที่มีทั้งการยั่วและการเล่นบท โดยหวังให้เกิดบรรยากาศเหมือนคู่แข่งที่คุยกันบนเวทีเพื่อเพิ่มความคึกคักให้กับแฟน ๆ เขายังบอกด้วยว่าตนคิดว่าการหยิบอีกฝั่งมาเอ่ยถึงน่าจะช่วยเพิ่มการรับรู้ให้ทั้งสองโปรเจกต์ มากกว่าจะถูกตีความว่าเป็นการโจมตีจริง
นักแสดงร่วมอย่าง Cody Rhodes และ Eric André ก็ร่วมเล่นมุกไปด้วยระหว่างบทสัมภาษณ์ ย้ำว่าทั้งทีมไม่ได้มีปัญหากับ Mortal Kombat แต่อย่างใด และถ้ามีโอกาสก็พร้อมเปิดรับแนวคิดครอสโอเวอร์ระหว่างแฟรนไชส์เกมต่อสู้ ทั้งยังมีการโยนไอเดียไปถึงการร่วมงานกับจักรวาลอื่นอย่าง Marvel vs. Capcom ด้วย แสดงให้เห็นว่ากลุ่มนักแสดงมองประเด็นนี้ในเชิงสนุกและเชิงการตลาดมากกว่าความบาดหมาง
บทความยังชี้ว่าแนวคิดครอสโอเวอร์ระหว่าง Street Fighter กับ Mortal Kombat หรือแฟรนไชส์เกมต่อสู้อื่น ๆ มีแรงสนับสนุนจากทั้งนักแสดงและแฟน ๆ แต่อนาคตของหนัง Street Fighter ยังขึ้นอยู่กับผลตอบรับของภาคแรกในโรงภาพยนตร์เป็นสำคัญ ผู้กำกับ Kitao Sakurai ระบุชัดว่าการสร้างภาคต่อจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผลงานเปิดตัวทำได้ดีพอ
โดยรวม เหตุการณ์นี้สะท้อนวิธีโปรโมตหนังยุคใหม่ที่ใช้ไวรัลและการเล่นบทบนเวทีเพื่อดึงความสนใจจากชุมชนเกม แม้จะเสี่ยงถูกมองว่าแรงไปบ้าง แต่ก็ช่วยให้ชื่อของทั้ง Street Fighter และ Mortal Kombat กลายเป็นประเด็นสนทนาในวงกว้าง และยังเปิดประตูไปสู่ความเป็นไปได้ของการครอสโอเวอร์ในอนาคต หากกระแสและรายได้เอื้ออำนวย


