มาร์ก รัฟฟาโลโต้พาราเมาต์ ปมวิจารณ์ดีลซื้อ Warner Bros. ถูกมองเป็นวาทกรรมต่อต้านยิว
มาร์ก รัฟฟาโล นักแสดงจาก Avengers ออกมาตอบโต้พาราเมาต์อย่างรุนแรง หลังสตูดิโอออกแถลงการณ์กล่าวหาว่าคำวิจารณ์ของเขาต่อดีลซื้อกิจการ Warner Bros. มูลค่า 111,000 ล้านดอลลาร์มีลักษณะใช้ “stereotype ต่อ…

มาร์ก รัฟฟาโล นักแสดงจาก Avengers ออกมาตอบโต้พาราเมาต์อย่างรุนแรง หลังสตูดิโอออกแถลงการณ์กล่าวหาว่าคำวิจารณ์ของเขาต่อดีลซื้อกิจการ Warner Bros. มูลค่า 111,000 ล้านดอลลาร์มีลักษณะใช้ “stereotype ต่อต้านยิว” รัฟฟาโลเรียกข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า “น่าตกใจและไม่ซื่อสัตย์อย่างพื้นฐาน” พร้อมย้ำว่าการวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลอิสราเอล สัญญาด้านเทคโนโลยีทางทหาร หรือผู้บริหารบริษัทที่เกี่ยวข้อง ไม่เท่ากับการโจมตีชาวยิวในฐานะกลุ่มคน
ประเด็นนี้เกิดขึ้นจากการที่รัฟฟาโลออกมาโจมตีการเข้าซื้อ Warner Bros. ของพาราเมาต์ซ้ำหลายครั้ง โดยเขาและคนในวงการฮอลลีวูดจำนวนหนึ่งกังวลว่าดีลขนาดใหญ่เช่นนี้จะทำให้เกิดการรวมศูนย์อำนาจในสื่อมากขึ้น ลดการแข่งขัน นำไปสู่การตัดลดต้นทุน และอาจกระทบการจ้างงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รวมถึงความเป็นอิสระขององค์กรข่าวอย่าง CNN ด้วย
อีกส่วนที่ทำให้ประเด็นยิ่งร้อนแรงคือ รัฟฟาโลเคยโพสต์คลิปของ Safra Catz ผู้บริหารระดับสูงของ Oracle ซึ่งพูดถึงการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีให้กองทัพอิสราเอล หลังเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม รัฟฟาโลเชื่อมโยงประเด็นนี้เข้ากับการควบรวมกิจการสื่อขนาดยักษ์ และเตือนว่าระบบเทคโนโลยีที่มีลักษณะ “น่ากลัว” อาจถูกผนวกรวมเข้ากับอำนาจสื่อที่กว้างใหญ่เกินไปในอนาคต
พาราเมาต์ตอบโต้ด้วยแถลงการณ์ที่ผิดปกติจากสตูดิโอ โดยอ้างว่าการใช้คำอย่าง “genocide” และ “apartheid” ในบริบทนี้เป็นการพูดเกินจริงและลดทอนความหมายของความรุนแรงในโลกจริง บริษัทระบุว่ามีความพยายาม “เบนประเด็น” ไปสู่ความขัดแย้งทางอคติ และยืนยันว่าพร้อมให้ดีลนี้ถูกพิจารณาตามเหตุผลทางกฎหมาย ไม่ใช่ความเอนเอียงทางการเมืองหรืออคติใดๆ
รัฟฟาโลจึงออกมาตอกกลับอีกครั้งผ่าน X โดยแยกให้ชัดว่าการตรวจสอบผลประโยชน์ของตระกูลเอลลิสัน ธุรกิจของ Oracle ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล เฝ้าระวัง และสัญญารัฐ รวมถึงความเสี่ยงต่อเสรีภาพเชิงบรรณาธิการของสื่อ เป็นเรื่องที่สมควรถูกตั้งคำถามตามกระบวนการตรวจสอบธุรกิจขนาดใหญ่ เขายังชี้ว่าเมื่อมีผู้มีอิทธิพลเพียงไม่กี่รายคุมทั้ง CNN, HBO และ Warner Bros. ย่อมกระทบต่อสาธารณะมากกว่าประเด็นธุรกิจทั่วไป
ขณะเดียวกัน ดีลนี้ยังถูกจับตาในเชิงกฎหมายและการแข่งขันทางการค้า โดยก่อนหน้านี้การเข้าซื้อถูกเลื่อนออกไปจนกว่าจะจบคดีต่อต้านการผูกขาด ซึ่งอาจยืดเยื้อไปจนถึงกลางปี 2027 ข่าวนี้จึงไม่ใช่แค่ดราม่าระหว่างคนดังกับสตูดิโอ แต่สะท้อนคำถามใหญ่เรื่องการรวมศูนย์อำนาจสื่อ ความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน และการกำกับดูแลดีลเทคโนโลยีกับสื่อที่อาจกระทบต่อผู้ชมและคนทำงานทั้งอุตสาหกรรม

