Xbox ตั้งหน่วย Xbox XP ลุยหนัง-ทีวี-สินค้า ขณะยังปลดคนในสตูดิโอเกม
Xbox ประกาศตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อ Xbox XP เพื่อดูแลธุรกิจที่ขยายออกไปนอกเหนือจากการทำเกมโดยตรง โดยครอบคลุมงานด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ สินค้าลิขสิทธิ์ ความร่วมมือทางธุรกิจ และอีเวนต์หรือประสบการณ์แบบมี…

Xbox ประกาศตั้งหน่วยงานใหม่ชื่อ Xbox XP เพื่อดูแลธุรกิจที่ขยายออกไปนอกเหนือจากการทำเกมโดยตรง โดยครอบคลุมงานด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์ สินค้าลิขสิทธิ์ ความร่วมมือทางธุรกิจ และอีเวนต์หรือประสบการณ์แบบมีสถานที่จริง บริษัทอธิบายว่าหน่วยนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้แฟรนไชส์ของ Xbox เข้าถึงผู้ชมได้ในหลายรูปแบบมากขึ้น ไม่จำกัดแค่เวลาที่ผู้เล่นอยู่ในเกมเท่านั้น
โครงสร้างของ Xbox XP แบ่งออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ Xbox Pictures สำหรับงานดัดแปลงเป็นหนังและซีรีส์, Xbox Products สำหรับสินค้าและของสะสม, Xbox Places สำหรับกิจกรรมสดและประสบการณ์เชิงอิมเมอร์ซีฟ รวมถึง Xbox Partnerships ที่เน้นทำงานกับครีเอเตอร์ แบรนด์ และชุมชนต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์และสปอนเซอร์ใหม่ ๆ การตั้งหน่วยงานนี้สะท้อนว่ามายโครซอฟท์ต้องการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาของเกมให้กลายเป็นธุรกิจบันเทิงวงกว้างขึ้น
ผู้นำของหน่วยงานใหม่นี้คือ Kayleen Walters ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาแฟรนไชส์และการตลาดจากทั้ง Microsoft, Mojang และ Lucasfilm ทำให้เธอมีภูมิหลังที่เหมาะกับการขยายแบรนด์เกมไปสู่สื่ออื่น ๆ ผู้บริหาร Xbox ยังชี้ว่าเธอเข้าใจวิธีสร้างประสบการณ์ต่อยอดโดยไม่ทำให้สิ่งที่ทำให้ผู้คนผูกพันกับแฟรนไชส์ต้นฉบับหายไป
อย่างไรก็ตาม การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Xbox และ Microsoft กำลังลดจำนวนพนักงานและปิดสตูดิโอหลายแห่ง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการเปิดหน่วยงานใหม่ที่ดูมีต้นทุนสูงอาจสวนทางกับคำว่า “ปรับโครงสร้างให้กระชับ” ที่ผู้บริหารระดับสูงเคยพูดไว้ ผู้เขียนต้นทางยังตั้งข้อสังเกตว่า จังหวะเวลานี้ไม่ค่อยดีนัก เพราะคนทำเกมจริง ๆ กำลังเผชิญการเลิกจ้าง ขณะที่ฝ่ายธุรกิจขยายไปสู่ฮอลลีวูด
ในเชิงธุรกิจ หนังและทีวีอาจเป็นส่วนที่เห็นชัดที่สุด เพราะความสำเร็จของ A Minecraft Movie แสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพในการทำเงินจากแฟรนไชส์เกม แต่ไม่ใช่ทุกแบรนด์ของ Xbox จะมีแรงดึงดูดแบบเดียวกัน จึงยังต้องรอดูว่าการดัดแปลงจากเกมอย่าง Call of Duty, Halo หรือ Warcraft จะสร้างกระแสได้มากแค่ไหนเมื่อไปอยู่ในตลาดภาพยนตร์และสตรีมมิง
นอกจากหนังและทีวีแล้ว ส่วนที่อาจส่งผลต่อวงการเกมโดยตรงมากกว่า คือการผลักดันด้านสินค้า ความร่วมมือ และอีเวนต์สด เพราะอาจนำไปสู่การรีแบรนด์งานแสดงเกมหรือการขยายกิจกรรมแบบ BlizzCon ให้กว้างขึ้นในระดับ Xbox อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าการปรับนี้จะกระทบประสบการณ์ของผู้เล่นและวัฒนธรรมของแต่ละสตูดิโออย่างไร โดยบทความมองว่านี่เป็นอีกครั้งที่ Xbox พยายามรุกสื่อบันเทิงนอกเกม หลังเคยลองมาแล้วกับ Xbox Entertainment Studios ในปี 2012 ก่อนจะยุติไปในปี 2014


