ASML–Zeiss ชี้เทคโนโลยีผลิตชิปยุคถัดไปอาจพร้อมใช้งานในราว 10 ปี
ASML และ Carl Zeiss กำลังส่งสัญญาณว่าเทคโนโลยีลิโธกราฟีรุ่นใหม่ที่มีชื่อเรียกเชิงแนวคิดว่า “Hyper NA” อาจพัฒนาไปถึงจุดที่ใช้งานได้จริงภายในราว 10 ปีข้างหน้า หากความคืบหน้าทางวิศวกรรมเป็นไปตามเป้า…
ASML และ Carl Zeiss กำลังส่งสัญญาณว่าเทคโนโลยีลิโธกราฟีรุ่นใหม่ที่มีชื่อเรียกเชิงแนวคิดว่า “Hyper NA” อาจพัฒนาไปถึงจุดที่ใช้งานได้จริงภายในราว 10 ปีข้างหน้า หากความคืบหน้าทางวิศวกรรมเป็นไปตามเป้า เทคโนโลยีนี้จะก้าวต่อจากเครื่อง EUV รุ่นปัจจุบัน และถูกมองว่าเป็นอีกขั้นสำคัญของการผลักขีดจำกัดการผลิตชิปให้เล็กลงและละเอียดขึ้น
แกนหลักของความคืบหน้าดังกล่าวอยู่ที่การใช้ระบบออปติกความแม่นยำสูงยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้สามารถพิมพ์ลายวงจรที่มีขนาดเล็กมากได้ โดยบริษัทระบุว่าศักยภาพของระบบนี้อาจลงไปถึงระดับคุณลักษณะราว 5 นาโนเมตร ซึ่งสะท้อนว่าการปรับปรุงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มกำลังผลิต แต่เป็นการเปิดทางสู่การสร้างโครงสร้างชิปที่ซับซ้อนกว่าเดิมในระดับนาโนเมตร
อย่างไรก็ตาม ทั้ง ASML และ Zeiss ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะสร้างเครื่องรุ่นนี้ออกมาจำหน่ายจริงในเชิงพาณิชย์ในทันที ข้อความของบริษัทสะท้อนว่าขณะนี้ยังอยู่ในขั้นประเมินความเป็นไปได้และการพัฒนาเชิงวิศวกรรมมากกว่าการประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ ดังนั้นกรอบเวลา 10 ปีจึงควรถูกมองเป็นประมาณการมากกว่ากำหนดการที่ตายตัว
ASML ถือเป็นผู้เล่นสำคัญที่สุดรายหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิประดับโลก โดยเครื่องลิโธกราฟีของบริษัทเป็นหัวใจของการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ขณะที่ Zeiss เป็นพันธมิตรด้านเลนส์และระบบออปติกที่มีบทบาทสำคัญต่อความแม่นยำของเครื่องจักร ความร่วมมือของทั้งสองบริษัทจึงมีนัยสำคัญต่ออนาคตของอุตสาหกรรมชิปโดยตรง
ข่าวนี้สะท้อนว่าการแข่งขันด้านการย่อขนาดชิปยังไม่สิ้นสุด แม้เทคโนโลยีปัจจุบันจะใกล้แตะข้อจำกัดทางฟิสิกส์มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผู้ผลิตอุปกรณ์กลับยังเดินหน้าหาทางขยายขีดความสามารถต่อไป ซึ่งอาจมีผลต่อทั้งผู้ผลิตชิปรายใหญ่และผู้พัฒนา AI, ศูนย์ข้อมูล และอุปกรณ์ประมวลผลประสิทธิภาพสูงในระยะยาว


