Attack on Titan 3 เผยแนวทางใหม่ เน้นเล่นเป็นตัวละครต้นฉบับและความสัมพันธ์ทีม
Attack on Titan 3 ของ Omega Force ไม่ได้เป็นเพียงภาคต่อแบบสานต่อเนื้อเรื่องจากเกมเดิมโดยตรง แต่เลือกเล่าเรื่องหลักของซีรีส์อนิเมะและมังงะตั้งแต่ต้นจนจบในรูปแบบที่เหมาะกับเกมมากขึ้น ผู้กำกับ/…

Attack on Titan 3 ของ Omega Force ไม่ได้เป็นเพียงภาคต่อแบบสานต่อเนื้อเรื่องจากเกมเดิมโดยตรง แต่เลือกเล่าเรื่องหลักของซีรีส์อนิเมะและมังงะตั้งแต่ต้นจนจบในรูปแบบที่เหมาะกับเกมมากขึ้น ผู้กำกับ/โปรดิวเซอร์อธิบายว่าทีมพัฒนามองว่าเนื้อหาช่วงหลังของอนิเมะอย่างเดียวอาจยังไม่พอสำหรับเป็น “หนึ่งผลิตภัณฑ์” จึงตัดสินใจทำให้เกมภาคนี้กลายเป็นการเล่าเรื่องใหม่ที่ครอบคลุมเส้นทางทั้งหมดของ Attack on Titan แทน
จุดเด่นสำคัญของภาคนี้คือผู้เล่นจะรับบทเป็นตัวละครออริจินัล ไม่ได้เป็นเอเรนหรือฮีโร่หลักจากต้นฉบับ โดยตัวละครเริ่มต้นในฐานะผู้นำหน่วยที่เจอเหตุการณ์สูญเสียรุนแรงจนเกิดบาดแผลทางใจและเกือบเลิกออกไปรบกับไททัน แต่ด้วยความสามารถด้านวิศวกรรมและการใช้อุปกรณ์ ODM จึงถูกดึงกลับมาทำหน้าที่ฝึกคนรุ่นใหม่และค่อย ๆ กลับเข้าสู่สมรภูมิ โครงเรื่องลักษณะนี้ถูกออกแบบให้สะท้อนธีมของซีรีส์เรื่องมนุษย์ การสูญเสีย และการเติบโตหลังเผชิญความกลัว
ในพาร์ตเนื้อเรื่อง ผู้เล่นจะมีบทบาทเป็นผู้ฝึกสอนของหน่วย 104th Cadets ซึ่งรวมตัวละครสำคัญอย่างเอเรน อาร์มิน และมิคาสะด้วย เกมจึงไม่ได้เน้นแค่การรบ แต่ยังให้ความสำคัญกับการปฏิสัมพันธ์กับตัวละครอื่น ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเพิ่มความผูกพัน ระบบนี้ส่งผลต่อเกมเพลย์โดยตรง ทั้งการชวนไปทำภารกิจภายนอกกำแพง การร่วมใช้ท่าไม้ตายพิเศษกับเพื่อนร่วมทีม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการรบเมื่อความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น
IGN ระบุว่าการเคลื่อนที่ด้วย ODM gear ในภาคนี้มีความลื่นไหลและควบคุมได้ละเอียดกว่าภาคก่อน ผู้เล่นสามารถยึดกับอาคารหรือต้นไม้ ปรับระดับความสูงอย่างแม่นยำ และเคลื่อนไหวผ่านสิ่งกีดขวางได้คล่องขึ้น ทีมพัฒนาตั้งใจยกระดับระบบนี้ให้ตอบโจทย์ผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำให้เล่นง่าย แต่ต้องให้ความรู้สึกว่าฝีมือของผู้เล่นส่งผลจริงต่อการต่อสู้และความสำเร็จในการจัดการไททัน
อย่างไรก็ตาม ทีมงานย้ำว่าการอัปเกรดฝั่งผู้เล่นอย่างเดียวไม่พอ จึงปรับพฤติกรรมและระบบการต่อสู้ของไททันให้ฉลาดและอันตรายขึ้นด้วย เพื่อให้การต่อสู้ยังคงความตึงเครียดและยิ่งใหญ่ การปะทะกับไททันจึงไม่ใช่แค่การบินเข้าไปฟันแบบตรง ๆ แต่ต้องอาศัยจังหวะ การหลบ การปัดป้อง และการวางแผนอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ตัวอย่างการสู้กับ War Hammer Titan ในเดโมสะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัด เพราะผู้เล่นไม่สามารถทำความเสียหายได้เต็ม ๆ ทันที ต้องค่อย ๆ ลด Break Gauge ก่อนถึงจังหวะปิดงาน ทำให้การต่อสู้กลายเป็นเกมแห่งความอดทนและการบริหารทรัพยากร ทั้งการใช้ยาฟื้นพลัง ใบมีดสำรอง และ Combat Arts เพื่อสร้างความได้เปรียบ แม้ศัตรูจะตัวใหญ่และอันตรายกว่ามาก แต่เกมพยายามทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าทุกการตัดสินใจมีความหมาย
ภาพรวมแล้ว Attack on Titan 3 ดูเหมือนจะเป็นภาคที่พยายามยกระดับทั้งเนื้อเรื่อง ระบบความสัมพันธ์ และระบบต่อสู้ไปพร้อมกัน โดยรักษาแก่นของซีรีส์ไว้คือสงครามมนุษย์กับไททันที่โหดร้าย แต่เพิ่มชั้นเชิงเชิงกลยุทธ์และการพัฒนาตัวละครเข้ามาอย่างเด่นชัด เหมาะทั้งกับแฟนอนิเมะที่อยากเห็นมุมใหม่ของเรื่อง และผู้เล่นที่ต้องการแอ็กชันที่ท้าทายกว่าเดิม


