เบน แอฟเฟล็กเผยถ่ายซ่อม Justice League คือจุดต่ำสุดในอาชีพ
เบน แอฟเฟล็ก นักแสดงที่รับบทแบทแมน ออกมาเล่าถึงประสบการณ์การทำงานกับภาพยนตร์ Justice League ว่าเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพของเขา โดยชี้ว่าความขัดแย้งระหว่างสตูดิโอกับผู้กำกับเป็น…

เบน แอฟเฟล็ก นักแสดงที่รับบทแบทแมน ออกมาเล่าถึงประสบการณ์การทำงานกับภาพยนตร์ Justice League ว่าเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดช่วงหนึ่งในอาชีพของเขา โดยชี้ว่าความขัดแย้งระหว่างสตูดิโอกับผู้กำกับเป็นตัวอย่างของการสร้างหนังที่ผิดพลาดอย่างชัดเจน
แอฟเฟล็กให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ Happy Sad Confused ว่าเดิมทีเขามีความตั้งใจและกำลังสนุกกับการพัฒนาหนังแบทแมนแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งจะมีตัวละครเดธสโตรกของโจ แมงกาเนลโลร่วมด้วย แต่ประสบการณ์ใน Justice League ทำให้เขาหมดแรงจูงใจที่จะรับหน้าที่กำกับภาพยนตร์ในจักรวาลดีซีต่อไป
เขาระบุว่าปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องงานสร้าง แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพส่วนตัวของเขาในช่วงเวลานั้น รวมถึงเหตุโศกนาฏกรรมในครอบครัวของผู้กำกับแซ็ก สไนเดอร์ ซึ่งลูกสาวเสียชีวิตระหว่างขั้นตอนหลังการถ่ายทำ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สไนเดอร์ต้องถอนตัว และวอร์เนอร์ บราเธอร์สจ้างจอสส์ วีดอนเข้ามาดูแลการถ่ายซ่อมและปรับโทนของหนังใหม่ ส่งผลให้ทั้งเนื้อหาและบรรยากาศของกองถ่ายเปลี่ยนไปอย่างมาก
แอฟเฟล็กมองว่าการเปลี่ยนทิศทางกลางคันและแรงกดดันจากสตูดิโอเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Justice League ออกมาไม่ลงตัว พร้อมระบุว่าการอาศัยเหตุโศกนาฏกรรมของสไนเดอร์มาใช้เป็นข้ออ้างในการเข้าควบคุมโปรเจกต์เป็นเรื่องที่เขารู้สึกว่าไม่น่ารับได้ นอกจากนี้เขายังอ้างถึงบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียดและคำบอกเล่าถึงประสบการณ์ไม่ดีของนักแสดงคนอื่น ๆ ในกองถ่ายด้วย
ประสบการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาส่วนตัวของแอฟเฟล็กเอง ทั้งเรื่องการหย่าและการต่อสู้กับการติดแอลกอฮอล์ ทำให้ช่วงเวลานั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางอาชีพของเขา ต่อมาเขาจึงถอยออกจากบทแบทแมนและไม่เดินหน้ากำกับหนังเดี่ยวของตัวเอง โดยส่งต่อบทบาทให้แมตต์ รีฟส์และโรเบิร์ต แพตทินสันแทน
อย่างไรก็ตาม เขายังกลับมารับบทนี้อีกครั้งใน The Flash และปรากฏตัวในฉากเพิ่มเติมของ Zack Snyder’s Justice League ฉบับตัดต่อใหม่ ขณะที่ความหวังของแฟนบางกลุ่มที่อยากเห็นจักรวาลของสไนเดอร์เดินหน้าต่อก็ยังมีอยู่ แต่จากสิ่งที่แอฟเฟล็กเล่า ประกอบกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงผลิตหนัง ทำให้โอกาสที่โปรเจกต์ลักษณะนั้นจะเกิดขึ้นอีกดูเลือนรางมาก


