แซนด์erson ปัดไอเดียรับช่วงเขียน Game of Thrones แทนมาร์ติน
แบรนดอน แซนด์erson นักเขียนแฟนตาซีชื่อดัง ออกมาบอกชัดว่าเขาไม่ใช่คนที่เหมาะจะมารับช่วงเขียนชุด A Song of Ice and Fire ของจอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน หากผู้เขียนต้นฉบับไม่สามารถเขียนต่อจนจบได้ โดยเขามอง…

แบรนดอน แซนด์erson นักเขียนแฟนตาซีชื่อดัง ออกมาบอกชัดว่าเขาไม่ใช่คนที่เหมาะจะมารับช่วงเขียนชุด A Song of Ice and Fire ของจอร์จ อาร์.อาร์. มาร์ติน หากผู้เขียนต้นฉบับไม่สามารถเขียนต่อจนจบได้ โดยเขามองว่าเส้นทางการเขียนของตัวเองคือการตอบสนองต่อแนวแฟนตาซีที่มาร์ตินสร้างไว้ จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เป็นธรรมชาติสำหรับการปิดเรื่องนี้ให้ตรงใจแฟน ๆ
แซนด์erson อธิบายว่า แม้เขาจะพยายามเขียนให้ใกล้ความคาดหวังของผู้อ่านมากที่สุดหากถูกขอให้ทำ แต่ก็ยังเชื่อว่าควรมีคนที่เข้ากับโลกและน้ำเสียงของเรื่องนี้มากกว่าเขา เขาแยกให้เห็นว่า การสานต่อซีรีส์ของนักเขียนคนอื่นไม่ใช่เพียงเรื่อง “ใครเขียนได้” แต่เป็นเรื่องความเหมาะสมทางศิลปะและความคาดหวังของแฟน ๆ ด้วย
ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มาร์ตินเองก็พูดถึงความกดดันและความเหนื่อยล้าเกี่ยวกับหนังสือชุดนี้มาหลายครั้ง โดยเขาเคยย้ำว่าไม่มีแผนให้ใครมาเขียนต่อ และมองว่าหากซีรีส์จะไม่จบก็อาจจะ “ไม่จบ” ไปเลย ขณะเดียวกัน มาร์ตินยังยอมรับในช่วงหลังว่าชีวิตช่วงนี้เต็มไปด้วยความเครียด การสูญเสียเพื่อน และปัญหาทางใจ รวมถึงความกังวลเรื่องอายุที่มากขึ้น
แซนด์erson ยังขอให้ผู้คนมอง “ตัวบุคคล” มากกว่ามองแค่สถานะของผลงาน โดยเขาย้ำว่ามาร์ตินเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ของวงการแฟนตาซี และเคยให้การสนับสนุนคนทำงานรุ่นใหม่มากมาย เขามองว่าการเขียนเป็นงานที่โดดเดี่ยวและยาก โดยเฉพาะเมื่อเจอโปรเจกต์ที่ติดขัดจนไปต่อไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเขียนจำนวนมากต้องเผชิญ
ในอีกด้าน แซนด์ersonใช้โอกาสนี้อธิบายมุมมองของตัวเองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนกับผู้อ่านว่า ผู้เขียนไม่ได้ “สัญญา” ได้อย่างแน่นอนว่าจะต้องส่งตอนจบในอนาคต เพราะอนาคตไม่มีใครควบคุมได้ แต่เมื่อเริ่มซีรีส์แล้วก็ย่อมมีหน้าที่ต้องพยายามจริงจังและดูแลผลงานอย่างรับผิดชอบ เขายอมรับด้วยว่าตัวเองก็มีโครงการที่ค้างคาและเข้าใจดีว่าการทำงานสร้างสรรค์ไม่ใช่กระบวนการที่เดินตามแผนได้เสมอไป
โดยสรุป ความเห็นของแซนด์erson สะท้อนทั้งการปฏิเสธอย่างสุภาพต่อการรับช่วงงานของมาร์ติน และการผลักบทสนทนาให้กลับไปอยู่ที่ความเป็นจริงของการเขียนนิยายแฟนตาซีระดับมหากาพย์ ซึ่งต้องอาศัยเวลา พลัง และแรงสนับสนุนจากผู้อ่านมากกว่าการคาดหวังให้มี “คนมาปิดงานแทน” ในทันที


