แคลิฟอร์เนียอาจต้องอ่อนข้อกฎเน็ตนิวทรัลลิตีเพื่อรับเงินบรอดแบนด์รัฐบาลกลาง
แคลิฟอร์เนียกำลังเผชิญทางเลือกสำคัญระหว่างการรับเงินสนับสนุนบรอดแบนด์จากรัฐบาลกลางมูลค่า 1.86 พันล้านดอลลาร์ กับการรักษากฎ net neutrality ของรัฐไว้ตามเดิม โดยประเด็นนี้เกิดจากเงื่อนไขใหม่ของโครงการ…

แคลิฟอร์เนียกำลังเผชิญทางเลือกสำคัญระหว่างการรับเงินสนับสนุนบรอดแบนด์จากรัฐบาลกลางมูลค่า 1.86 พันล้านดอลลาร์ กับการรักษากฎ net neutrality ของรัฐไว้ตามเดิม โดยประเด็นนี้เกิดจากเงื่อนไขใหม่ของโครงการ BEAD มูลค่า 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลทรัมป์ปรับแก้ให้รัฐต่าง ๆ ต้องยอมไม่บังคับใช้กฎควบคุมอัตราค่าบริการหรือกฎเน็ตนิวทรัลลิตีกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่รับเงินจากโครงการ
สาระสำคัญของเงื่อนไขดังกล่าวคือ หาก ISP รายใดได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนนี้ รัฐจะไม่สามารถใช้กฎหมายของตนบังคับไม่ให้ผู้ให้บริการบล็อก จำกัดความเร็ว หรือให้สิทธิพิเศษแก่ทราฟฟิกบางประเภทได้ ซึ่งในทางปฏิบัติเท่ากับลดทอนอำนาจรัฐในการคุ้มครองความเป็นกลางของอินเทอร์เน็ตในโครงการที่ใช้เงินสาธารณะระดับชาติ
สำหรับแคลิฟอร์เนีย เรื่องนี้อ่อนไหวเป็นพิเศษ เพราะรัฐเพิ่งชนะคดีต่อสู้กันมายาวนานเพื่อปกป้องกฎหมาย net neutrality ของตนเอง กฎหมายดังกล่าวห้าม ISP บล็อกหรือ throttle เนื้อหาที่ถูกกฎหมาย และห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์เพื่อแลกกับการส่งต่อหรือจัดลำดับทราฟฟิกให้ผู้ใช้เร็วขึ้นหรือเด่นขึ้น
บทความชี้ว่า ความพยายามครั้งแรกของรัฐบาลทรัมป์ในการยกเลิกกฎ net neutrality ระดับประเทศเคยถูกต่อต้านและไม่สามารถลบล้างกฎหมายระดับรัฐได้โดยตรง แต่ในรอบใหม่นี้ รัฐบาลใช้วิธีผูกเงื่อนไขเงินบรอดแบนด์ของรัฐบาลกลางเข้ากับการยอมสละการบังคับใช้กฎดังกล่าว ซึ่งเป็นแรงกดดันทางการคลังมากกว่าการสั่งห้ามทางกฎหมายแบบตรง ๆ
ผลลัพธ์จึงอาจทำให้แคลิฟอร์เนียต้องยอมผ่อนปรนหรือถอยจากการคุ้มครอง net neutrality บางส่วน เพื่อแลกกับเงินทุนที่จำเป็นสำหรับการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการอย่างเพียงพอ ข้อถกเถียงนี้สะท้อนความขัดแย้งระหว่างเป้าหมายนโยบายสองด้าน คือการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับการรักษาหลักการเปิดกว้างและเป็นธรรมของอินเทอร์เน็ต


