Activision เคาะเวลาเปิดโหลดล่วงหน้าและวันเล่น Call of Duty: Modern Warfare 4 ทั่วโลก
Activision ยืนยันกำหนดการเปิดให้เล่นและเริ่มดาวน์โหลดล่วงหน้าของ Call of Duty: Modern Warfare 4 อย่างเป็นทางการ โดยเกมเต็มซึ่งรวมโหมด Multiplayer จะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 23 ตุลาคม ขณะที่…

Activision ยืนยันกำหนดการเปิดให้เล่นและเริ่มดาวน์โหลดล่วงหน้าของ Call of Duty: Modern Warfare 4 อย่างเป็นทางการ โดยเกมเต็มซึ่งรวมโหมด Multiplayer จะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 23 ตุลาคม ขณะที่ผู้ที่ซื้อดิจิทัลบางเวอร์ชันจะได้เล่นแคมเปญล่วงหน้าในวันที่ 16 ตุลาคม และโหมด DMZ จะเปิดให้เข้าเล่นก่อนในวันที่ 20 ตุลาคม
สำหรับผู้เล่นบน PC เกมจะปลดล็อกตามเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 23 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ซึ่งหมายความว่าทุกภูมิภาคจะได้เข้าเล่นพร้อมกับเวลา 00:00 ของวันเปิดตัวในพื้นที่ของตัวเอง ขณะที่ Activision ระบุว่าหากการปลดล็อกไม่ขึ้นทันทีบน Steam ผู้เล่นอาจต้องปิดและเปิดไคลเอนต์ใหม่เพื่อให้ระบบตรวจจับสิทธิ์การเล่น
ด้าน Early Access แคมเปญจะมีเฉพาะผู้ที่พรีออเดอร์แบบดิจิทัลของ Standard Digital Edition หรือ Vault Edition เท่านั้น โดยไม่รวมผู้ซื้อแผ่น Standard Edition ส่วน Early Access ของ DMZ จะตามมาวันที่ 20 ตุลาคมสำหรับผู้ที่มีสิทธิ์จากการพรีออเดอร์เช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่า Activision แยกช่วงเวลาเปิดเล่นออกเป็นหลายเฟส เพื่อผลักดันยอดจองล่วงหน้าและกระตุ้นความสนใจของผู้เล่นก่อนวันวางขายจริง
บทความยังสรุปรายละเอียดแต่ละเอดิชันไว้ชัดเจน ทั้งราคาและสิทธิประโยชน์ เช่น Vault Edition ที่มีของแถมเพิ่มเติมหลายรายการ รวมถึง Operator Packs, ชุดอาวุธพิเศษ, BlackCell หนึ่งซีซัน และโบนัสสำหรับ DMZ ขณะที่ Standard Digital Edition ได้สิทธิ์เข้าแคมเปญก่อน ส่วนเวอร์ชันแผ่นไม่มีสิทธิ์อัปเกรดไป Vault Edition ตามข้อมูลที่ระบุ
ในส่วนการดาวน์โหลดล่วงหน้า Preload จะเริ่มทยอยเปิดตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม เวลา 21:00 น. ตามเวลาแปซิฟิก และจะไล่ไปตามโซนเวลาต่าง ๆ ทั่วโลก ผู้เล่นสามารถเลือกติดตั้งคอนเทนต์บางส่วนได้ตั้งแต่ขั้นตอนติดตั้ง รวมถึงเลือกว่าจะลง Warzone ไปพร้อมกันหรือไม่ โดยระบุว่า Warzone เวอร์ชันใหม่นั้นจะยังไม่มาให้เล่นจนกว่าจะถึงซีซัน 1
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องพื้นที่จัดเก็บบน PC ซึ่งต้องการ SSD ว่างอย่างน้อย 115GB โดยสเปกขั้นต่ำต้องใช้ CPU ระดับ Ryzen 5 1400 หรือ Core i5-6600, RAM 8GB และการ์ดจอระดับ GTX 970 / RX 470 ขึ้นไป ขณะที่สเปกแนะนำสำหรับเล่นที่ 90fps และกราฟิกสูงต้องมี RAM 16GB และการ์ดจอแรงขึ้น เช่น RTX 3060 Ti หรือ RX 6600 XT
โดยรวมแล้ว การประกาศครั้งนี้ช่วยให้ผู้เล่นวางแผนพรีโหลดและเลือกซื้อเวอร์ชันที่ตรงกับสิทธิ์การเล่นล่วงหน้าได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันก็ย้ำให้เห็นว่าภาคใหม่ของ Call of Duty ยังใช้กลยุทธ์เปิดเกมแบบเป็นช่วง ทั้งแคมเปญ โหมดพิเศษ และเกมเต็ม เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมก่อนวันเปิดตัวจริง


