หนัง Call of Duty ยืนยันใช้จักรวาล Modern Warfare
Paramount Pictures และ Activision ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ Call of Duty ที่กำลังพัฒนาอยู่จะเล่าเรื่องในจักรวาล Modern Warfare ซึ่งเป็นเส้นเรื่องหลักที่แฟนเกมรู้จักกันมานาน การประกาศ…

Paramount Pictures และ Activision ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ Call of Duty ที่กำลังพัฒนาอยู่จะเล่าเรื่องในจักรวาล Modern Warfare ซึ่งเป็นเส้นเรื่องหลักที่แฟนเกมรู้จักกันมานาน การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในงาน Fanatics Fest ที่นิวยอร์ก โดยผู้กำกับและมือเขียนบทปีเตอร์ เบิร์ก (Peter Berg) ขึ้นเวทีเพื่อยืนยันทิศทางของหนังร่วมกับเทย์เลอร์ เชอริแดน (Taylor Sheridan) ผู้ร่วมเขียนบท
การเลือกใช้ Modern Warfare ทำให้เริ่มเห็นกรอบของโปรเจ็กต์ชัดขึ้น แม้รายละเอียดพล็อตยังไม่ถูกเปิดเผย จักรวาลนี้เริ่มต้นจาก Call of Duty 4: Modern Warfare ในปี 2007 ซึ่งเปลี่ยนภาพจำของซีรีส์จากสมรภูมิยุคเก่าไปสู่สงครามสมัยใหม่ พร้อมแนะนำตัวละครสำคัญหลายคน เช่น Soap, Ghost, Captain Price และตัวร้ายอย่าง Vladimir Makarov
ตลอดช่วงเกือบสองทศวรรษ Modern Warfare ถูกพัฒนาต่อเนื่องผ่านเกมภาคหลักหลายภาคและเวอร์ชันรีมาสเตอร์ ช่วงแรกของไตรภาคเน้นภารกิจของหน่วย Task Force 141 ที่พาผู้เล่นเดินทางไปปฏิบัติการในหลายประเทศ ก่อนที่ Activision และ Infinity Ward จะพักแนวทางนี้ไปพักใหญ่ แล้วกลับมาปลุกแฟรนไชส์ใหม่ด้วย Modern Warfare 2019 ซึ่งเป็นการรีบูตที่ต่อยอดด้วยตัวละครเดิมและเนื้อเรื่องใหม่
ในฝั่งเกม Call of Duty: Modern Warfare 4 ภาคถัดไปมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม 2026 บน PC, Nintendo Switch 2, PS5 และ Xbox Series X|S ซึ่งสะท้อนว่าจักรวาล Modern Warfare ยังเป็นแกนหลักสำคัญของแบรนด์ทั้งในเกมและสื่อบันเทิงรูปแบบอื่น
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำตอบว่าเวอร์ชันหนังจะดัดแปลงเหตุการณ์จากเกมโดยตรงหรือจะสร้างเรื่องราวใหม่ที่อยู่ในโลกเดียวกัน ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อนักแสดงหรือรายละเอียดพล็อตเพิ่มเติม ทำให้ตอนนี้ข้อมูลสำคัญที่สุดของโครงการคือการยืนยันวันฉายและการผูกเรื่องเข้ากับจักรวาล Modern Warfare อย่างชัดเจน
ภาพรวมแล้ว การประกาศครั้งนี้ช่วยลดความคลุมเครือของหนัง Call of Duty ลงไปได้ระดับหนึ่ง และบ่งชี้ว่าทีมสร้างน่าจะเลือกเริ่มต้นจากเส้นเรื่องที่แฟนเกมคุ้นเคยและมีฐานผู้ชมแข็งแรงที่สุด แต่ความสำเร็จของโปรเจ็กต์ยังขึ้นอยู่กับการออกแบบบทและการตีความจักรวาลนี้ให้เหมาะกับการเป็นภาพยนตร์มากกว่าการเป็นเกมโดยตรง


