สหรัฐฯ สั่งถอด DeepSeek ออกจากระบบรัฐ จีนโต้ปกป้องบริษัทของตน
สหรัฐฯ เดินหน้าจำกัดการใช้งาน DeepSeek ในหน่วยงานพลเรือนของรัฐบาล โดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) สั่งให้เอาแอปและผลิตภัณฑ์ที่สร้างบนโมเดลของบริษัทออกจากระบบของรัฐ เนื่องจากกังวลเรื่องการเข้า…
สหรัฐฯ เดินหน้าจำกัดการใช้งาน DeepSeek ในหน่วยงานพลเรือนของรัฐบาล โดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) สั่งให้เอาแอปและผลิตภัณฑ์ที่สร้างบนโมเดลของบริษัทออกจากระบบของรัฐ เนื่องจากกังวลเรื่องการเข้าถึงข้อมูลและความปลอดภัยของระบบภาครัฐ
มาตรการดังกล่าวสะท้อนความระแวงที่เพิ่มขึ้นต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จากจีน โดยเฉพาะเครื่องมือที่อาจเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของข้อมูลสำคัญหรือเปิดช่องให้เกิดความเสี่ยงด้านไซเบอร์ แม้ในรายงานที่มีอยู่จะไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงเทคนิคทั้งหมด แต่ท่าทีของสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมอง DeepSeek เป็นประเด็นความมั่นคง ไม่ใช่แค่เรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ
ฝั่งจีนตอบโต้ทันที โดยระบุว่าจะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีน พร้อมส่งสัญญาณคัดค้านการกีดกันทางเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ท่าทีนี้ตอกย้ำว่าความขัดแย้งระหว่างสองชาติมหาอำนาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การค้าและชิป แต่ลามมาถึงซอฟต์แวร์และโมเดล AI ที่มีบทบาทในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
กรณี DeepSeek จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการคุมเข้มเทคโนโลยีข้ามพรมแดน ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการด้านความปลอดภัยเข้ามาจัดการความเสี่ยงจากเครื่องมือ AI ต่างประเทศ ขณะที่จีนก็พยายามปกป้องบริษัทเทคโนโลยีของตนจากแรงกดดันทางการเมืองและกฎระเบียบของต่างชาติ
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรม เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการใช้ AI ในภาครัฐจะถูกตรวจสอบเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับข้อมูลอ่อนไหวและระบบที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงแห่งชาติ และยังชี้ว่าการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนกำลังขยายจากการพัฒนาโมเดลไปสู่การแย่งชิงความเชื่อมั่นของตลาดและหน่วยงานรัฐทั่วโลก


