CXMT คว้าส่วนแบ่งตลาดหน่วยความจำเพิ่ม ท้าชน Samsung, SK hynix และ Micron
สถานการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำในอุตสาหกรรมพีซีและเกมมิ่งยังไม่คลี่คลาย และล่าสุดผู้ผลิตจากจีนอย่าง CXMT กำลังเริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดจากยักษ์ใหญ่เดิมอย่าง Samsung, SK hynix และ Micron มากขึ้นอย่างมี…

สถานการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำในอุตสาหกรรมพีซีและเกมมิ่งยังไม่คลี่คลาย และล่าสุดผู้ผลิตจากจีนอย่าง CXMT กำลังเริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดจากยักษ์ใหญ่เดิมอย่าง Samsung, SK hynix และ Micron มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก Counterpoint ระบุว่า CXMT มีสัดส่วนรายได้ในตลาดหน่วยความจำราว 7% ขณะที่ Samsung ครอง 39%, SK hynix 26% และ Micron 25% รวมกันแล้ว 4 รายนี้กินส่วนแบ่งรายได้เกือบทั้งหมดของตลาด จึงสะท้อนว่าธุรกิจหน่วยความจำยังคงกระจุกตัวสูงมาก
การเติบโตของ CXMT ดูจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปที่พุ่งขึ้นจากฝั่ง AI และการขาดแคลนกำลังการผลิตของผู้เล่นรายใหญ่ จนทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนเริ่มรับรองการใช้งานหน่วยความจำของ CXMT มากขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์ได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่งเดินหน้าระดมทุนสาธารณะมูลค่า 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และราคาหุ้นพุ่งแรง ทำให้มูลค่าบริษัทแตะระดับสูงมากในจีน
มีรายงานด้วยว่าแรมของ CXMT เริ่มถูกนำไปใช้ในโน้ตบุ๊กของ HP, Asus และ Acer แล้ว แม้จะยังไม่ปรากฏในตลาดสหรัฐฯ ก็ตาม ซึ่งช่วยตอกย้ำว่า CXMT กำลังหาช่องทางขยายธุรกิจได้จากภาวะขาดแคลนหน่วยความจำในปัจจุบัน ขณะที่ตลาดยังมี “ช่องว่าง” จากความต้องการที่ AI ดูดซับไปจำนวนมาก และผู้ผลิตจีนกำลังเร่งเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้
ในมุมอุตสาหกรรม ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณบวก เพราะการแข่งขันที่มากขึ้นอาจช่วยกดราคาและเพิ่มกำลังผลิตได้ในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยลดข้อครหาว่าตลาดถูกผูกขาดโดยผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย หลังจากก่อนหน้านี้มีคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มที่กล่าวหาว่าบริษัทหน่วยความจำรายใหญ่ทั้งสามมีพฤติกรรมที่ลดการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม การคลี่คลายวิกฤตแรมยังไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ทั้ง Samsung และ SK hynix ต่างประเมินว่าความต้องการจะยังสูงกว่ากำลังผลิตต่อไปอีกหลายปี โดย Samsung เตือนถึงภาวะขาดแคลนที่รุนแรงในปีหน้า และ SK hynix ก็เชื่อว่าความต้องการของลูกค้าจะมากกว่ากำลังผลิตไปไกลเกินปี 2030
ด้าน CXMT เองมีแผนขยายฐานการผลิตเพิ่มเติม ทั้งโรงงานใหม่ในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเหอเฟย พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 600,000 เวเฟอร์ต่อเดือน หากแผนเหล่านี้เดินหน้าได้จริง CXMT ก็มีโอกาสกลายเป็นผู้เล่นสำคัญยิ่งขึ้นในตลาดหน่วยความจำ และอาจเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยบรรเทาราคาหน่วยความจำที่ยังสูงต่อเนื่อง ซึ่งกระทบผู้บริโภคและกลุ่มเกมเมอร์โดยตรงในตอนนี้


