Chris Hansen เผยทำสารคดีของตัวเอง หลังดู Primetime แล้วให้เกรด D
Chris Hansen พิธีกรรายการแนวล่อผู้ต้องสงสัยคดีล่วงละเมิดเด็กอย่าง To Catch a Predator ออกมาเปิดเผยว่าเขาได้ดูภาพยนตร์ Primetime ของผู้กำกับ Lance Oppenheim แล้ว และรู้สึกกับหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ความโกรธ…

Chris Hansen พิธีกรรายการแนวล่อผู้ต้องสงสัยคดีล่วงละเมิดเด็กอย่าง To Catch a Predator ออกมาเปิดเผยว่าเขาได้ดูภาพยนตร์ Primetime ของผู้กำกับ Lance Oppenheim แล้ว และรู้สึกกับหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ความโกรธเคืองเป็นหลัก แต่เป็นความสับสน เพราะมองว่าหนังนำเสนอเหตุการณ์ในแบบที่ห่างไกลจากความจริงมากเกินไปจนแทบไม่เหมือนเรื่องของตัวเอง
Hansen ให้คะแนนหนังเรื่องนี้เป็นระดับ D พร้อมยอมรับว่าการแสดงของ Robert Pattinson นั้นน่าสนใจ แต่ก็ชี้ว่าการตีความตัวละครของเขาแตกต่างจากตัวจริงอย่างมาก จนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดูคนอีกคนหนึ่งมากกว่าจะเป็นภาพแทนของเขาโดยตรง เขาจึงมองว่าหนังมีลักษณะถูกดรามาตีซ์เกินจริงจนกลายเป็นงานที่แยกออกจากชีวิตจริงของเขาอย่างชัดเจน
เขายังกล่าวว่าหลายฉากในหนัง โดยเฉพาะฉากที่ Pattinson นั่งซ้อมบทหน้ากระจกในห้องแต่งตัวนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และแทบทุกฉากที่นำเสนอถูกแต่งเติมจากความจริงมากกว่าที่ควร Hansen จึงมองว่าหนังมีน้ำหนักเหมือนงานโจมตีตัวเขาและรายการของเขา ทั้งที่เขาเชื่อว่าสิ่งที่ตนทำมาตลอดคือการเปิดโปงคนที่พยายามทำร้ายเด็ก
อีกประเด็นหนึ่งที่ Hansen พูดถึงคือเขาไม่ได้รับการติดต่อจาก A24 ให้เข้าร่วมการผลิต และย้ำว่าก่อนหน้านี้เขาเคยปฏิเสธการลงนามสละสิทธิ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการฉายหนังเรื่องนี้ด้วย ก่อนจะเสริมว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้ภาพยนตร์เล่าเรื่องของเขาฝ่ายเดียว เพราะมองว่ามันเป็นการเล่าเรื่องชีวิตและงานของเขาในแบบที่บิดเบือนมากเกินไป
ท่ามกลางกระแสตอบรับที่แตกต่างกัน Hansen ยังบอกว่าเขามีสารคดีเกี่ยวกับตัวเองหลายโปรเจ็กต์อยู่ระหว่างพัฒนา และหนึ่งในนั้นใช้ชื่อว่า I am Chris Hansen ซึ่งเขาเป็นฝ่ายร่วมให้ข้อมูลและมีส่วนร่วมในการผลิต โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเสนอขายให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เขามองว่าไทม์มิงของการปล่อยโปรเจ็กต์ใหม่นี้เหมาะสม เพราะช่วยให้ผู้ชมได้เห็นอีกมุมของเขาในช่วงที่ Primetime กำลังเป็นที่พูดถึง
Hansen ยังใช้จังหวะนี้ผลักดันภาพจำของตัวเองในฐานะคนทำงานด้าน true crime ที่ตั้งใจเปิดโปงผู้กระทำผิด ไม่ใช่ตัวละครประหลาดตามภาพในหนัง และกล่าวว่าการสร้างความเข้าใจผิดจากเรื่องเล่าที่เกินจริงอาจไม่เป็นธรรมต่อคนจำนวนมากที่ทำงานปกป้องเด็กในลักษณะเดียวกัน ด้านผู้เขียนต้นทางของข่าวยังระบุด้วยว่าหนัง Primetime ได้รับคำชมอย่างมากจากสำนักข่าวดังกล่าว สะท้อนว่ากระแสต่อหนังและต่อมุมมองของ Hansen แบ่งออกเป็นคนละฝั่งชัดเจน


