Clash Royale เตรียมลงบอร์ดเกม เปิดแคมเปญ Kickstarter ปลายเดือนตุลาคม
Maestro Media ประกาศเปิดตัวบอร์ดเกมจากจักรวาล Clash Royale ในชื่อ Clash Royale: The Grand Arena พร้อมยืนยันว่าจะเริ่มระดมทุนผ่าน Kickstarter ในเดือนตุลาคมนี้ โดยแผนเปิดแคมเปญกำหนดไว้วันที่ 20 ตุลาคม…

Maestro Media ประกาศเปิดตัวบอร์ดเกมจากจักรวาล Clash Royale ในชื่อ Clash Royale: The Grand Arena พร้อมยืนยันว่าจะเริ่มระดมทุนผ่าน Kickstarter ในเดือนตุลาคมนี้ โดยแผนเปิดแคมเปญกำหนดไว้วันที่ 20 ตุลาคม ต่อเนื่องจากความสำเร็จของโปรเจ็กต์ก่อนหน้าที่ทำร่วมกับ Supercell อย่าง Clash of Clans: The Epic Raid ซึ่งเคยระดมทุนได้ดีและวางจำหน่ายจริงแล้ว
ตัวเกมบอร์ดเกมออกแบบให้ถ่ายทอดแกนหลักของ Clash Royale ลงสู่โต๊ะเล่น ทั้งระบบสร้างเด็ค กลยุทธ์การวางการ์ด และการบริหารทรัพยากรแบบเอเล็กซิร์ ผู้เล่น 2-4 คนจะเลือกแชมเปียนประจำเด็คของตัวเอง ใช้ไพ่ 8 ใบเพื่อส่งยูนิต วางรับ และโจมตีตามเลนบนกระดานที่มีสองทาง เป้าหมายคือทำลายหอคอยของคู่แข่ง ขณะเดียวกันต้องป้องกันฐานของตัวเองให้ได้
กติกาหลักยังคงอิงความรู้สึกเดียวกับเกมมือถืออย่างชัดเจน โดยผู้เล่นจะได้แต้มคราวน์จากการทำลาย Tower ฝ่ายตรงข้าม และผู้ที่มีคราวน์มากที่สุดเมื่อจบเกมจะเป็นผู้ชนะ ทีมพัฒนาพยายามรักษาสมดุลระหว่างความเป็นบอร์ดเกมกับกลิ่นอายของต้นฉบับ เพื่อให้แฟนเกมรู้สึกคุ้นเคย ขณะเดียวกันก็ต้องสนุกพอสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเวอร์ชันมือถือมาก่อน
David Gordon ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาของเกมเปิดเผยว่าทีมงานทดลองหลายแนวทาง เช่น เล่นแบบเรียลไทม์ จำกัดเวลา ใช้ชิ้นส่วนจำนวนมาก และการเปิดไพ่พร้อมกัน แต่สุดท้ายพบว่าระบบผลัดกันเล่นโดยเน้นการใช้เอเล็กซิร์และการ์ดเป็นรอบ ๆ ให้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงเกมต้นฉบับและเล่นได้ลื่นกว่า
อีกประเด็นที่ทีมให้ความสำคัญคือการออกแบบให้เกมเข้าถึงผู้เล่นแนวกึ่งแข่งขันหรือสายกลยุทธ์ที่ไม่จำเป็นต้องรู้จัก Clash Royale มาก่อน จึงมีการทดสอบกับทั้งแฟนเดนตายของซีรีส์และคนทั่วไปที่ไม่เคยเล่นเกมของ Supercell มาก่อน เป้าหมายคือทำให้บอร์ดเกมยืนได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เป็นแค่ของสะสมสำหรับแฟนเกมเท่านั้น
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ Maestro Media ที่ต่อยอดแฟรนไชส์เกมมือถือยอดนิยมไปสู่ตลาดบอร์ดเกมอย่างจริงจัง หลังจากสร้างผลงานกับ Clash of Clans มาแล้ว หากแคมเปญ Kickstarter ได้รับการสนับสนุนตามแผน Clash Royale: The Grand Arena ก็มีโอกาสกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการดัดแปลงเกมดิจิทัลให้เป็นประสบการณ์แบบจับต้องได้ที่เข้าถึงผู้เล่นวงกว้างมากขึ้น


