ผู้สร้าง Cyberpunk: Edgerunners 2 เผยตัวเอกเด็กคนใหม่และแรงบันดาลใจสายโหด
Cyberpunk: Edgerunners 2 เตรียมกลับมาฉายทาง Netflix วันที่ 20 ตุลาคม พร้อมเรื่องราวใหม่ในจักรวาล Cyberpunk ที่ไม่ใช่การเดินตามรอยเดิมของ David Martinez และ Lucy แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ผ่านตัวละคร…

Cyberpunk: Edgerunners 2 เตรียมกลับมาฉายทาง Netflix วันที่ 20 ตุลาคม พร้อมเรื่องราวใหม่ในจักรวาล Cyberpunk ที่ไม่ใช่การเดินตามรอยเดิมของ David Martinez และ Lucy แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ผ่านตัวละครอย่าง Roman Carax เด็กหนุ่มที่หลงใหลภาพยนตร์ยุคเก่า และ Talia Yang ที่เกี่ยวข้องกับแก๊ง Maelstrom โดย IGN ได้สัมภาษณ์ Bartosz Sztybor จาก CD Projekt Red และ Saya Elder โปรดิวเซอร์ฝ่ายอนิเมะ ถึงแนวคิดเบื้องหลังซีซันใหม่และความท้าทายในการสานต่อความสำเร็จของภาคแรก
Sztybor ยอมรับว่าความสำเร็จของซีซันแรกเป็นทั้งแรงผลักดันและความกดดัน เพราะมันพิสูจน์ว่าผลงานของทีมสามารถเข้าถึงผู้ชมจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามว่าจะทำอย่างไรให้ภาคต่อมีน้ำหนักพอจะยืนเคียงกันได้ เขาอธิบายว่าความยากที่สุดคือการไม่พยายามยึดติดกับ David และ Lucy มากเกินไป หรือกลับกันคือพยายามสร้างอะไรที่ตรงข้ามแบบสุดโต่งเกินไป ทีมจึงเลือกให้ Edgerunners 2 มีความเชื่อมโยงกับภาคแรกในเชิงธีมและจิตวิญญาณมากกว่าการทำซ้ำสูตรเดิม
ในแง่เนื้อหา Sztybor บอกว่าเขาไม่ได้เริ่มจากการคิดถึงสถานที่หรือย่านใหม่ใน Night City แต่เริ่มจากประเด็นและตัวละคร เขาอยากสำรวจโลกของ braindance เบื้องหลังของคนทำงานในอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงชีวิตส่วนตัวของคนในโครงสร้างองค์กรและวิถีชีวิตของเอจรันเนอร์จากมุมที่ต่างออกไป ทำให้ซีซันนี้ดูเหมือนจะขยายจักรวาล Cyberpunk ผ่านสายตาและประสบการณ์ของตัวละคร มากกว่าการเน้นโชว์โลเคชันใหม่ๆ
อีกจุดที่ทีมให้ความสำคัญคือความโหดและความสยองแบบเลือดสาด Sztybor เปิดเผยว่าเขาได้รับอิทธิพลจากผู้กำกับและสไตล์งานอย่าง David Cronenberg, Takashi Miike, Julia Ducournau รวมถึงกระแส New French Extremity เช่น Martyrs และ Haute Tension ตลอดจน Evil Dead เขามองว่า “ยิ่งมากยิ่งดี” ในเรื่องความรุนแรง และกล่าวว่าซีซันนี้จะพาผู้ชมไปเห็นความรุนแรงในจักรวาล Cyberpunk ในรูปแบบที่ไม่เคยถูกนำเสนอมาก่อน ขณะที่ Elder เสริมว่าทีมสตอรีบอร์ดของ TRIGGER จะช่วยขยายไอเดียความโหดและฉากเซ็กซ์ให้เป็นธรรมชาติ และบางครั้ง Sztybor ก็สื่อความรุนแรงในบทแบบเล่นคำเสียงประกอบอย่างโจ่งแจ้งเพื่อจุดประกายไอเดียให้ทีมงาน
Roman ซึ่งเป็นตัวละครเด็กและมีความหลงใหลในการทำหนัง ถูกวางให้เป็นแกนสำคัญของซีซัน Sztybor อธิบายว่าแนวคิดนี้เกิดจากความสนใจเรื่อง braindance และความรักต่อประสบการณ์ดูหนังแบบเก่าที่แตกต่างจากการ “เสียบ” เข้าสู่ความบันเทิงโดยตรง Roman จึงไม่ได้เป็นแค่ตัวละคร แต่ยังสะท้อนทั้งความคิดถึงสื่อภาพยนตร์ยุค 90 และคำถามเรื่องคุณค่าของการเล่าเรื่องแบบดั้งเดิม Elder ยอมรับว่าเธอเคยกังวลมากกับการใช้ตัวเอกเด็ก เพราะ Night City ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับใครก็ตาม แต่ก็เห็นว่าความมุ่งมั่นของ Roman ในการบันทึกเรื่องราวทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์อันตรายเรื่อยๆ
ผู้สร้างยังมองว่า Roman เป็นตัวแทนเชิงอารมณ์ของทีมงานและเป็นจดหมายรักถึงวงการภาพยนตร์ ขณะเดียวกันก็ใช้เขาเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาเชิงรุ่นเกี่ยวกับการส่งต่อวิธีเล่าเรื่องและเทคโนโลยี Elder ยกตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงจากสื่ออย่าง VHS ที่คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้จักแล้ว เพื่อตอกย้ำว่าซีรีส์ต้องการสำรวจการค่อยๆ หายไปของรูปแบบการเล่าเรื่องแบบฟิล์มและโรงภาพยนตร์ท่ามกลางโลกอนาคตของ Night City
โดยรวมแล้ว บทสัมภาษณ์ชี้ว่า Cyberpunk: Edgerunners 2 จะไม่ใช่แค่ภาคต่อเพื่อเกาะกระแสความสำเร็จ แต่เป็นการขยายจักรวาลด้วยธีมใหม่ๆ ทั้งเรื่องความทรงจำ สื่อภาพยนตร์ ความรุนแรง และมุมมองของตัวละครที่เปราะบางกว่าเดิม แม้จะยังคงความดิบ โหด และหนักแน่นแบบที่แฟนซีรีส์คาดหวัง แต่ทีมสร้างดูเหมือนตั้งใจให้ซีซันนี้มีเอกลักษณ์ของตัวเองชัดเจน พร้อมเชื่อมโยงกับโลก Cyberpunk ผ่านภาษาภาพและแนวคิดที่เข้มข้นกว่าเดิม


