ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสหรัฐโหวตคุมเข้มการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในการเลือกตั้งกลางเทอม
การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเมื่อคืนนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงกระแสการเมืองระดับชาติที่พรรคเดโมแครตทำผลงานได้ดี แต่ยังกลายเป็นสัญญาณต่อต้านการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับท้องถิ่นอย่างชัดเจน โดยในหลายเมือง…

การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเมื่อคืนนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงกระแสการเมืองระดับชาติที่พรรคเดโมแครตทำผลงานได้ดี แต่ยังกลายเป็นสัญญาณต่อต้านการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับท้องถิ่นอย่างชัดเจน โดยในหลายเมืองและเทศบาลที่มีการนำประเด็นนี้ขึ้นให้ประชาชนลงคะแนน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งส่วนใหญ่สนับสนุนมาตรการจำกัด ลดความเร็ว หรือสกัดโครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในชุมชนของตน
ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยโครงการ Data Centers on the Ballot จากการเลือกตั้งท้องถิ่น 47 แห่งที่มีข้อเสนอเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ ผลนับที่เสร็จแล้ว 39 รายการพบว่ามีถึง 38 รายการที่ผู้ลงคะแนนเลือกฝั่งจำกัดการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่อีก 8 รายการยังนับไม่เสร็จ แต่แนวโน้มใน 6 เขตที่รายงานผลบางส่วนยังคงเอนเอียงไปทางการเพิ่มข้อจำกัดเช่นกัน แปลว่าโดยภาพรวมกระแสต่อต้านมีน้ำหนักอย่างมากแทบทุกพื้นที่ที่มีการลงประชามติเรื่องนี้
รูปแบบของมาตรการที่ผ่านหรือกำลังนำอยู่มีหลายแบบ บางพื้นที่โหวตเพิ่มเพดานกำลังไฟของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ลงในธรรมนูญท้องถิ่น โดยมักกำหนดไว้ที่ 25 เมกะวัตต์ ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตที่อาจต้องใช้ไฟฟ้าหลายพันเมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังมีการลงคะแนนในลักษณะคำถามเชิงที่ปรึกษาเกี่ยวกับว่าควรเปิดทางให้ดาต้าเซ็นเตอร์ขยายตัวหรือไม่ ซึ่งผลส่วนใหญ่ก็ออกมาสนับสนุนการจำกัดเช่นกัน
ในบางพื้นที่ ประชาชนปฏิเสธการปรับผังเมืองเพื่อเอื้อให้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ได้ง่ายขึ้น ขณะที่อีกหลายแห่งถึงขั้นอนุมัติการห้ามสร้างโครงการใหม่ทั้งหมด หรือกำหนดให้โครงการใหม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก่อนจึงจะเดินหน้าต่อได้ ยังมีมาตรการแบบชั่วคราว เช่น การพักอนุญาตก่อสร้าง หรือการตั้งเงื่อนไขเพิ่มสำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของโครงการเหล่านี้ด้วย
มีเพียงกรณีเดียวที่ข้อเสนอคุมดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ผ่าน คือเมือง Harwood ในรัฐนอร์ทดาโคตา ซึ่งผู้ลงคะแนนปฏิเสธการแก้ไขธรรมนูญท้องถิ่นที่กำหนดให้ต้องมีการประเมินอิสระก่อนจะอนุมัติการสร้างหรือขยายดาต้าเซ็นเตอร์ แต่โดยรวมแล้วกรณีนี้เป็นข้อยกเว้นที่โดดเด่นท่ามกลางผลลัพธ์ซึ่งออกมาในทิศทางเดียวกันแทบทั้งหมด
รายงานยังชี้ว่า ประเด็นดาต้าเซ็นเตอร์เริ่มถูกมองเป็นเรื่องใหญ่ในการตัดสินใจทางการเมืองระดับฐานราก โดยผลสำรวจช่วงออกจากคูหาเลือกตั้งของ NBC ระบุว่า 56% ของผู้ใช้สิทธิ์มองว่าดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI เป็นปัจจัยสำคัญหรือสำคัญมากต่อการเลือกผู้แทนสภาคองเกรส สะท้อนว่าประชาชนไม่ได้กังวลเพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ค่าไฟ ความดังของเครื่องจักร และภาระต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น
มุมมองของบทความจึงชี้ว่า แม้ดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ AI และบริการคลาวด์ยุคใหม่ แต่การขยายตัวอย่างรวดเร็วกำลังเผชิญแรงต้านในระดับชุมชนมากขึ้น หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป อุตสาหกรรมอาจต้องปรับวิธีสื่อสาร แผนใช้พลังงาน และการมีส่วนร่วมกับพื้นที่มากขึ้น เพื่อรับมือกับข้อห่วงกังวลของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เริ่มมองโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่เป็นภาระที่ต้องกำกับอย่างเข้มงวดมากกว่าจะปล่อยให้เติบโตเสรี


