David Brevik เล่าชุดเกมโปรด ตั้งแต่ Marvel Heroes ถึง EverQuest
David Brevik ผู้ให้กำเนิด Diablo ให้สัมภาษณ์ในคอลัมน์ Disk Cleanup ของ PC Gamer โดยเล่าประวัติการเล่นเกมตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงเกมที่เขายังกลับไปเล่นในปัจจุบัน บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนมุมมองของนักพัฒนาเกม…

David Brevik ผู้ให้กำเนิด Diablo ให้สัมภาษณ์ในคอลัมน์ Disk Cleanup ของ PC Gamer โดยเล่าประวัติการเล่นเกมตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงเกมที่เขายังกลับไปเล่นในปัจจุบัน บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนมุมมองของนักพัฒนาเกมรุ่นบุกเบิกที่มีทั้งบทบาทในอุตสาหกรรมและประสบการณ์การเล่นเกมยาวนานหลายทศวรรษ
Brevik เล่าว่าเกมที่เขาเล่นมากที่สุดในช่วงหลังคือ Marvel Heroes ผลงานที่เขาเคยมีส่วนสร้างเอง เขากลับไปเล่นบนเซิร์ฟเวอร์แฟนเมดหลังเกมต้นฉบับปิดให้บริการไปแล้ว ทำให้ได้กลับมาเล่นกับชุมชนเดิมและเห็นพลังของแฟนเกมที่ช่วยชุบชีวิตเกมขึ้นมาใหม่ เขามองว่าเวอร์ชันนี้ยังสนุกอยู่ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องคอนเทนต์ท้ายเกมและการปรับสมดุลตัวละครเมื่อถูกอัปเดตเป็น Marvel Heroes Omega
อีกเกมที่เขาหยิบกลับมาเล่นบ่อยคือ Minecraft ซึ่งเขาเล่นร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆ การเริ่มเซิร์ฟเวอร์ใหม่เมื่อมีอัปเดตหรือมีโอกาสเหมาะเป็นกิจกรรมที่กลายเป็นกิจวัตรของครอบครัว Brevik ระบุว่าเขามักเป็นคนที่จริงจังกับการสร้างเครื่องจักรและโครงสร้างซับซ้อนในเกมมากที่สุด และมองว่าความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวกับเกมนี้ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามวัย จนกลับมาร่วมเล่นกันได้อีกครั้ง
เมื่อพูดถึงเกมเก่าที่สุดที่ยังติดตั้งอยู่ เขาเลือก Eye of the Beholder เกมดันเจียนคลาสสิกยุคต้นๆ ที่สร้างความประทับใจอย่างมากในสมัยออกวางจำหน่าย แต่ก็ทิ้งความค้างคาไว้กับตอนจบซึ่งเขามองว่าเป็นหนึ่งในตอนจบที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอ เพราะจบแบบเรียบง่ายเกินไปหลังปราบบอสสุดท้าย แม้จะบ่นเรื่องนี้ แต่เขาย้ำว่าเกมดังกล่าวยังยอดเยี่ยมและมีอิทธิพลต่อเขามาก
Brevik ยังเผยสถิติชั่วโมงเล่นเกมใน Steam โดย Marvel Heroes, It Lurks Below และ No Man’s Sky อยู่ในกลุ่มเกมที่เขาใช้เวลามากที่สุด เขาชอบ No Man’s Sky เพราะการสำรวจจักรวาล การสร้างฐาน และการตามหาเรือหายาก แม้จะไม่อินกับเนื้อเรื่องเท่าไร แต่เขายอมรับว่าตัวเกมพัฒนาไปมากจากอัปเดตต่างๆ จนทำให้เขากลับมาเล่นซ้ำได้เสมอ
สำหรับเกมที่เขาจะไม่ถอนการติดตั้ง เขายกให้ EverQuest ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมที่ใช้เวลาชีวิตไปกับมันมากที่สุด แม้กราฟิกจะล้าสมัยไปมาก แต่เขายังกลับไปเล่นเซิร์ฟเวอร์แบบคลาสสิกเป็นระยะ เพราะมองว่าเป็นประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยากจะหาเกมใดมาแทนที่ได้ บทสัมภาษณ์นี้จึงไม่ได้เป็นแค่รายการเกมโปรด แต่ยังสะท้อนว่าซีรีส์เกมเก่า ชุมชนผู้เล่น และการอัปเดตต่อเนื่องมีอิทธิพลต่อการเล่นของนักพัฒนาเกมระดับตำนานอย่างไร


