เจมส์ กันน์โต้ดราม่า Lanterns ปมเหมือนฆ่า Hal Jordan เร็วเกินไป
เจมส์ กันน์ ประธานร่วมของ DC Universe ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ซีรีส์ HBO เรื่อง Lanterns ที่ทำให้แฟน ๆ เข้าใจว่า Hal Jordan ถูก “ฆ่าทิ้ง” ตั้งแต่ช่วงต้นของเรื่อง หลังตอนแรกเปิดด้วยภาพร่างของ Hal ในปี…

เจมส์ กันน์ ประธานร่วมของ DC Universe ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ซีรีส์ HBO เรื่อง Lanterns ที่ทำให้แฟน ๆ เข้าใจว่า Hal Jordan ถูก “ฆ่าทิ้ง” ตั้งแต่ช่วงต้นของเรื่อง หลังตอนแรกเปิดด้วยภาพร่างของ Hal ในปี 2026 ก่อนพาย้อนเวลากลับไปเล่าเหตุการณ์ในปี 2016 จนเกิดความไม่พอใจจากคนดูจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่รอคอยการเห็นตัวละครนี้ในฉบับไลฟ์แอ็กชันมานาน
กระแสต้านยิ่งแรงขึ้นเมื่อซีรีส์เดินหน้าสู่ตอนที่ 6 ซึ่งมีฉากงานศพของ Hal ทำให้หลายคนเชื่อว่าตัวละครน่าจะตายจริง อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องในช่วงหลังเริ่มเปลี่ยนไปในแนวสืบสวนคดีฆาตกรรม โดย John Stewart เป็นตัวละครหลักที่ต้องหาคำตอบว่าใครเป็นคนฆ่า Hal และมีแฟนบางส่วนคาดว่า “ศพ” ที่เห็นอาจเป็นร่างปลอมหรือเบาะแสลวงมากกว่าจะเป็นจุดจบของตัวละครจริง
กันน์ตอบคอมเมนต์แฟนที่ตำหนิว่าเขาไม่เคารพตัวละคร โดยยืนยันว่า Hal มีบทบาทสำคัญในทุกตอนที่ออกอากาศมา และมีเวลาปรากฏบนจอมากกว่าที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ไลฟ์แอ็กชันรวมกันเสียอีก เขายังชื่นชม Kyle Chandler ว่าแสดงบทนี้ได้ยอดเยี่ยม พร้อมย้ำว่าการที่ผู้ชม “รู้เวลาที่เขาจะตาย” ถ้านั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้แปลว่าเป็นการฆ่าเขาทิ้งทันที
ประโยคดังกล่าวยิ่งทำให้แฟน ๆ จับตาเป็นพิเศษ เพราะถ้อยคำ “ถ้านั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง” ถูกมองว่าเป็นการเปิดช่องว่าเรื่องราวของ Hal ยังไม่จบ และอาจมีการหักมุมในตอนท้ายของซีรีส์ หรือเฉลยว่าเขายังมีชีวิตอยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
บทความชี้ว่า แม้ Hal Jordan ในเวอร์ชันของ Chandler จะได้รับเสียงตอบรับดีและแฟนจำนวนมากอยากให้ตัวละครอยู่ต่อในจักรวาล DCU แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าเขาจะไปต่อในโปรเจ็กต์ใหญ่ถัดไปอย่าง Man of Tomorrow อย่างไรก็ตาม ยังอาจมีโอกาสที่เขาจะกลับมาในผลงานอื่น หรือในซีซัน 2 ของ Lanterns หากซีรีส์เดินหน้าต่อ
อีกด้านหนึ่ง Nathan Fillion ในบท Guy Gardner กลับดูเหมือนจะกลายเป็นตัวละครที่เชื่อมหลายโปรเจ็กต์ของ DCU มากกว่า เพราะโผล่แล้วใน Superman, Peacemaker ซีซัน 2, Lanterns และยังมีแนวโน้มจะปรากฏใน Man of Tomorrow ต่อไป สะท้อนว่าจักรวาล DCU กำลังวางหมากตัวละครหลายตัวให้โยงกันอย่างชัดเจนมากขึ้น


