โจ มังกานิเอลโลเผยผลกระทบจากการยกเลิกหนัง Batman ของเบน แอฟเฟล็ก
โจ มังกานิเอลโล นักแสดงผู้รับบทเดธสโตรก ออกมาเล่าถึงผลกระทบทางอารมณ์และส่วนตัวจากการที่โปรเจกต์หนัง Batman ฉบับเบน แอฟเฟล็กถูกพับไป โดยเขายอมรับว่าการได้บทวายร้ายในหนังเดี่ยวเรื่องนั้นเคยเป็นแรงผลัก…

โจ มังกานิเอลโล นักแสดงผู้รับบทเดธสโตรก ออกมาเล่าถึงผลกระทบทางอารมณ์และส่วนตัวจากการที่โปรเจกต์หนัง Batman ฉบับเบน แอฟเฟล็กถูกพับไป โดยเขายอมรับว่าการได้บทวายร้ายในหนังเดี่ยวเรื่องนั้นเคยเป็นแรงผลักสำคัญให้เขาฮึดสู้กับปัญหาสุขภาพร้ายแรงในช่วงเวลาเดียวกัน
มังกานิเอลโลอธิบายว่าขณะนั้นเขากำลังต่อสู้กับโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ทำให้น้ำหนักลดฮวบจากราว 235 ปอนด์เหลือ 176 ปอนด์ และการได้รับเลือกให้กลับมารับบทเดธสโตรกถูกมองเหมือนเป็นสัญญาณว่าเขาต้องกลับมาฟื้นตัวให้ได้ เขาจึงใช้เป้าหมายนี้เป็นแรงบันดาลใจในการกู้ร่างกายและเตรียมตัวกลับสู่สภาพที่พร้อมสำหรับการรักษาและผ่าตัดในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เมื่อหนัง Batman ที่วางแผนจะให้แอฟเฟล็กทั้งแสดงนำ เขียนบท และกำกับ ถูกยกเลิก มังกานิเอลโลบอกว่ามันเป็นจุดที่กระทบใจมาก เพราะสิ่งที่เขาเคยยึดเป็น “ภารกิจ” หายไปกะทันหัน ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงเกี่ยวกับอาการป่วยและร่องรอยการผ่าตัดของตัวเองอย่างเต็ม ๆ เขายอมรับว่าตอนแรกมองเรื่องนี้เป็นความโชคร้าย แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เขาเห็นว่าโอกาสครั้งนั้นช่วยให้เขาไม่หยุดต่อสู้และทำให้ร่างกายพร้อมที่สุดสำหรับการรักษา
ตัวโปรเจกต์หนัง Batman ดังกล่าวมีรายงานว่าเป็นงานที่มีความทะเยอทะยานสูง และตั้งใจเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของตัวละครแบทแมนหลายยุคเข้าด้วยกัน แต่ท้ายที่สุดแผนเหล่านี้ก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อทิศทางของจักรวาลหนัง DC เปลี่ยนไปและโครงการของแซ็ก สไนเดอร์ค่อย ๆ ปิดฉากลง ส่งผลให้บทเดธสโตรกของมังกานิเอลโลก็หลุดหายไปด้วย
มังกานิเอลโลยังบอกด้วยว่าเขายังเก็บหมวกของเดธสโตรกไว้ในห้องทำงาน และมองว่ามันเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดในชีวิต แม้หนังจะไม่เกิดขึ้น แต่เขายืนยันว่าประสบการณ์นั้นมีความหมายกับเขามาก และหากมีโอกาสเหมาะสม เขายังพร้อมกลับมารับบทนักรบคนนี้อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน เบน แอฟเฟล็กก็เคยพูดถึงเหตุผลที่ทำให้เขาไม่อยากกลับมาลุยงานกำกับในจักรวาล DC โดยระบุว่าประสบการณ์ตอนทำ Justice League เต็มไปด้วยแง่ลบ ทั้งจากสภาพส่วนตัวในช่วงนั้นและปัญหาความขัดแย้งระหว่างสตูดิโอกับผู้สร้าง ซึ่งเขามองว่าเป็นบทเรียนสำคัญว่าการทำหนังภายใต้เงื่อนไขแบบนั้นมักนำไปสู่ความล้มเหลวได้ง่าย
ปัจจุบันจักรวาล Batman ฝั่งของ The Batman ยังเดินหน้าต่อ โดยภาคสองที่กำกับโดยแมตต์ รีฟส์และนำแสดงโดยโรเบิร์ต แพตทินสันอยู่ระหว่างการสร้าง แม้จะมีการหยุดถ่ายทำชั่วคราวจากเหตุผลส่วนตัวของผู้กำกับ แต่โครงการยังตั้งเป้าเข้าฉายในช่วงต้นปี 2028 ซึ่งตอกย้ำว่าเส้นทางของแบทแมนในโรงภาพยนตร์ยังคงดำเนินต่อไปในอีกทิศทางหนึ่ง


