นายอำเภอไมอามียังไม่ติดใจแคมเปญ NBA ธีม Vice City แม้เคยวิจารณ์ GTA 6
กระแสโปรโมต Grand Theft Auto 6 ที่หยิบภาพลักษณ์ของไมอามีและฟลอริดามาใช้ยังเดินหน้าต่อ แม้ก่อนหน้านี้เชอริฟฟ์เขตไมอามี-เดดจะออกมาคัดค้านอย่างชัดเจน โดยมองว่า GTA เป็นแฟรนไชส์เกมที่ตั้งอยู่บนอาชญากรรม…

กระแสโปรโมต Grand Theft Auto 6 ที่หยิบภาพลักษณ์ของไมอามีและฟลอริดามาใช้ยังเดินหน้าต่อ แม้ก่อนหน้านี้เชอริฟฟ์เขตไมอามี-เดดจะออกมาคัดค้านอย่างชัดเจน โดยมองว่า GTA เป็นแฟรนไชส์เกมที่ตั้งอยู่บนอาชญากรรม ความรุนแรง การค้ายา และการกระทำที่ตำรวจในพื้นที่ต้องพยายามป้องกันในชีวิตจริง คำวิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มีแนวคิดนำทรัพย์สินสาธารณะ เช่น ระบบขนส่ง สถานี และสนามบิน มาช่วยทำแคมเปญประชาสัมพันธ์เกม
อย่างไรก็ดี ท่าทีแข็งกร้าวนั้นไม่ได้หยุดหลายหน่วยงานท้องถิ่นจากการร่วมใช้ธีม Vice City ในการตลาดแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้เมืองไมอามีบีชอนุมัติแคมเปญแบบ “แนบเนียน” ไปแล้ว ขณะที่ Kaseya Center สนามของ Miami Heat ในย่านดาวน์ทาวน์ก็สร้างป้าย “Welcome to Vice City” ขนาดใหญ่บนหลังคาจนมองเห็นได้จากเครื่องบินที่บินเข้าสนามบินไมอามี
ประเด็นยิ่งถูกขยายความเมื่อ Miami Heat เข้ามามีบทบาทโดยตรงในแคมเปญ “Night in Vice City” ซึ่งเป็นกิจกรรมคืนเดียวที่ทั้งทีมและสนามจะถูกรีแบรนด์ด้วยภาพลักษณ์ Vice City สะท้อนให้เห็นว่าการนำ GTA 6 มาเชื่อมกับอัตลักษณ์ของไมอามีกลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทั้งโดดเด่นและได้ผลในเชิงประชาสัมพันธ์ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากบางฝ่ายก็ตาม
หลังจากถูกถามถึงแคมเปญของ Heat ทางสำนักงานเชอริฟฟ์ระบุว่า ความกังวลของเชอริฟฟ์ Cordero-Stutz มุ่งไปที่การใช้พื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะในการโปรโมตเกม ไม่ได้หมายรวมถึงการตัดสินใจทางการตลาดของธุรกิจเอกชนหรือองค์กรเอกชนอื่น ๆ จึงทำให้แคมเปญของทีม NBA ไม่ถูกมองเป็นประเด็นเดียวกับการใช้ทรัพย์สินสาธารณะ
บทความชี้ว่าเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เป็นของรัฐกับของเอกชนอาจดูคลุมเครือในทางปฏิบัติ เพราะใจความหลักของแคมเปญยังคงเป็นการสื่อว่า “ไมอามีกำลังกลายเป็น Vice City” เหมือนกันทั้งหมด แต่บรรยากาศทางสังคมดูผ่อนคลายกว่ายุคที่มีการต่อต้านวิดีโอเกมอย่างเข้มข้นในอดีต และเจ้าหน้าที่บางคนถึงขั้นมองเรื่องนี้แบบขำ ๆ มากกว่าจะเป็นภัยต่อภาพลักษณ์เมือง
โดยสรุป บทความสะท้อนให้เห็นว่า GTA 6 ถูกใช้เป็นแรงขับสำคัญให้แบรนด์และองค์กรท้องถิ่นในไมอามีหันมาเล่นกับความเป็น Vice City อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็บอกเป็นนัยว่าความตระหนกต่ออิทธิพลของเกมต่อสังคมอาจลดน้อยลงมากเมื่อเทียบกับอดีต แม้จะยังมีข้อถกเถียงเรื่องความเหมาะสมของการใช้พื้นที่สาธารณะก็ตาม


