อีไล ร็อธยอมรับนัย ๆ ว่า Borderlands หนังดัดแปลงเกมออกมาแย่เพราะถูกประนีประนอมเกินไป
ผู้กำกับอีไล ร็อธ ให้สัมภาษณ์กับ Variety ถึงผลงานเรื่องใหม่ของเขา แต่สิ่งที่ถูกจับตากลับเป็นคำอธิบายที่เหมือนยอมรับโดยอ้อมว่า “Borderlands” ฉบับภาพยนตร์ออกมาไม่ดีอย่างที่หลายคนวิจารณ์กันจริง ๆ โดยร็อ…

ผู้กำกับอีไล ร็อธ ให้สัมภาษณ์กับ Variety ถึงผลงานเรื่องใหม่ของเขา แต่สิ่งที่ถูกจับตากลับเป็นคำอธิบายที่เหมือนยอมรับโดยอ้อมว่า “Borderlands” ฉบับภาพยนตร์ออกมาไม่ดีอย่างที่หลายคนวิจารณ์กันจริง ๆ โดยร็อธชี้ว่า จุดสำคัญส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณมหาศาลระดับ 120 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้สตูดิโอและฝ่ายที่ไม่ใช่คนทำหนังระมัดระวังความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อโปรเจกต์ใหญ่ขึ้น
ร็อธอธิบายว่าด้วยขนาดของงบระดับนี้ หนังจึงถูกคาดหวังให้เข้าถึงคนดูวงกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่แนวทางการเล่าเรื่องและระดับความรุนแรงถูกปรับลดลงเพื่อให้เหมาะกับเรต PG-13 ตามที่ผู้บริหารของ Lionsgate ต้องการ ผลคือหนังต้องพยายามจับทั้งกลุ่มคนดูทั่วไปและแฟนเกมไปพร้อมกัน แต่กลับเสียเอกลักษณ์บางอย่างที่ควรเป็นหัวใจของ Borderlands ไป โดยเฉพาะความโหดเลือดสาดที่แฟนเกมจำนวนมากคาดหวัง
เขายังพูดในเชิงเปรียบเทียบว่าโปรเจกต์นี้กลายเป็นงานที่ “ไม่เป็นของใคร” เพราะไม่ใช่หนังเด็ก แต่ก็พยายามดึงคนดูทุกกลุ่ม, เป็นหนังสำหรับเกมเมอร์แต่กลับไม่มีความรุนแรงแบบที่เกมเมอร์ต้องการ เพราะข้อจำกัดด้านงบและความเสี่ยง ทำให้สุดท้ายหนังออกมาอยู่กึ่งกลางระหว่างหลายกลุ่มเป้าหมายจนไม่ชัดเจน ร็อธสรุปในทำนองว่า ผลลัพธ์คือหนังที่ “ไม่เข้าพวกกับอะไรสักอย่าง”
บทความยังชี้ว่าเสียงตอบรับต่อ Borderlands จากนักวิจารณ์และสื่อบันเทิงค่อนข้างเป็นไปในทางลบอย่างกว้างขวาง รวมถึงสื่อเกมอย่าง PC Gamer เองที่วิจารณ์ว่าหนังจืดชืดและไม่เห็นความพยายามในการกอบกู้เรื่องราว ขณะที่สื่อใหญ่ด้านภาพยนตร์และเกมจำนวนมากก็ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้แต่ IGN ซึ่งเคยให้คะแนนบวกกับผลงานดัดแปลงเกมบางเรื่อง ก็ยังมองว่าหนังเรื่องนี้ “แย่” เช่นกัน
ในเชิงภาพรวม บทความสะท้อนปัญหาคลาสสิกของการดัดแปลงเกมเป็นภาพยนตร์ เมื่อสตูดิโอพยายามทำให้ผลงานเข้าถึงคนดูวงกว้างจนต้องลดทอนตัวตนของต้นฉบับลง กรณี Borderlands จึงถูกมองเป็นตัวอย่างของหนังที่มีทรัพยากรสูง แต่กลับไม่สามารถหาจุดสมดุลระหว่างความเป็นมิตรต่อผู้ชมกระแสหลักกับความต้องการของแฟนต้นฉบับได้อย่างลงตัว และจากกระแสตอบรับที่ออกมา ก็มีแนวโน้มสูงว่าคงไม่มีการหยิบเกมชุดนี้มาทำหนังซ้ำในเร็ว ๆ นี้


