สหรัฐฯ เปิดศึกจรวดขนส่งขนาดกลางยุคใหม่ หลัง Antares กลายเป็นรุ่นสุดท้ายของยุคเก่า
บทความนี้ตั้งคำถามถึงการแข่งขันในตลาดจรวดขนส่งขนาดกลางของสหรัฐฯ ว่าในท้ายที่สุดแล้ว “ใครกันแน่ที่ต้องการชนะ” ในสนามนี้ หลังจากไม่มีจรวดขนาดกลางรุ่นใหม่เปิดตัวในสหรัฐฯ มานานถึง 13 ปีนับตั้งแต่ Antares…

บทความนี้ตั้งคำถามถึงการแข่งขันในตลาดจรวดขนส่งขนาดกลางของสหรัฐฯ ว่าในท้ายที่สุดแล้ว “ใครกันแน่ที่ต้องการชนะ” ในสนามนี้ หลังจากไม่มีจรวดขนาดกลางรุ่นใหม่เปิดตัวในสหรัฐฯ มานานถึง 13 ปีนับตั้งแต่ Antares ของ Orbital Sciences Corporation ปรากฏตัวครั้งแรก
Antares ถูกยกมาเป็นตัวอย่างของยุคเก่าของอุตสาหกรรมจรวดสหรัฐฯ ที่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเครื่องยนต์โซเวียตเก่าที่ผลิตมาตั้งแต่ยุคภารกิจ Apollo และถูกนำมาปรับปรุงใช้ใหม่ในทศวรรษ 1990 ก่อนจะถูกนำไปใช้จริงในจรวดที่ขึ้นบินในยุค 2010s แม้แนวทางนี้จะช่วยให้สหรัฐฯ มีทางเลือกด้านการส่งของขึ้นวงโคจร แต่ก็สะท้อนข้อจำกัดของการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่แบบใหม่ตั้งแต่ต้น
จุดอ่อนของ Antares ปรากฏชัดในปี 2014 เมื่อจรวดระเบิดในการปล่อยครั้งที่ห้า เหตุการณ์นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเสี่ยงในระบบที่อาศัยเทคโนโลยีเก่าและห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน บทความจึงมอง Antares ว่าเป็นตัวแทนของ “สายพันธุ์กำลังจะสูญพันธุ์” ในกลุ่มจรวดขนส่งขนาดกลางของอเมริกา ซึ่งมีพิกัดบรรทุกระหว่าง 2 ถึง 20 เมตริกตัน
ในขณะเดียวกัน ภาพรวมของตลาดในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก มีจรวดรุ่นใหม่หลายแบบทยอยเข้าสู่บริการ และแตกต่างจาก Antares อย่างสิ้นเชิงทั้งในด้านการออกแบบ แหล่งผลิต และองค์ประกอบทางเทคโนโลยี บางรุ่นพยายามพัฒนาแนวคิดจรวดที่ใช้องค์ประกอบภายในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงด้านซัพพลายเชนและลดการพึ่งพาระบบจากต่างชาติ
ประเด็นสำคัญของบทความไม่ได้อยู่แค่เรื่องจรวดรุ่นใดดีกว่า แต่สะท้อนคำถามเชิงยุทธศาสตร์ว่า สหรัฐฯ ต้องการสร้างตลาดจรวดขนส่งขนาดกลางเพื่ออะไร ระหว่างการแข่งด้านราคา ความถี่ในการปล่อย ความยืดหยุ่นในการใช้งาน และความมั่นคงทางอุตสาหกรรม บทความจึงชี้ว่าการมาของผู้เล่นรุ่นใหม่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดที่เงียบเหงามานาน และอาจเป็นการเปิดยุคใหม่ของการส่งดาวเทียมและสัมภาระสู่วงโคจรในสหรัฐฯ


