Google ปรับโครงสร้าง DeepMind ท่ามกลางคำถามว่าแพ้ศึก AI หรือไม่
บทสนทนานี้ของ The Verge ตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า Google กำลัง “แพ้” การแข่งขันด้าน AI หรือไม่ หลังจากบริษัทประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในหน่วยงาน Google DeepMind ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริหารระดับสูงยอมรับโดย…

บทสนทนานี้ของ The Verge ตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า Google กำลัง “แพ้” การแข่งขันด้าน AI หรือไม่ หลังจากบริษัทประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในหน่วยงาน Google DeepMind ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริหารระดับสูงยอมรับโดยอ้อมว่าองค์กรยังต้องเร่งเครื่องอีกมาก แม้ Google จะมีจุดแข็งมหาศาลทั้งฐานผู้ใช้ระดับโลก ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Search ข้อมูลจำนวนมาก และความสามารถในการนำ AI ไปฝังในบริการที่คนใช้งานทุกวันก็ตาม
แกนของข่าวคือการโยกตำแหน่งครั้งสำคัญภายในทีม AI ของ Google: Demis Hassabis ผู้ร่วมก่อตั้ง DeepMind ถอยจากบทบาทผู้บริหารเชิงปฏิบัติการไปโฟกัสงานวิจัยระยะยาวมากขึ้น ขณะที่ Jeff Dean หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ของบริษัทแยกตัวไปเริ่มสตาร์ทอัพของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า Google กำลัง “รีเซ็ต” ทิศทาง AI อีกครั้ง หลังเพิ่งรวมทีม Brain และ DeepMind เข้าด้วยกันไปไม่นาน
มุมมองในบทสัมภาษณ์ชี้ว่า Google ยังไม่ควรถูกตัดออกจากการแข่งขัน แม้จะตามหลังผู้นำด้าน AI ระดับแนวหน้าในตอนนี้ เพราะบริษัทมี “กันชน” ทางธุรกิจที่แข็งแรงมาก โดยเฉพาะ Search, โครงสร้างคลาวด์ และฐานข้อมูลเชิงพฤติกรรมของผู้ใช้ ซึ่งช่วยให้ Google สามารถผลัก AI ไปสู่ผู้ใช้จำนวนมากได้ง่ายกว่าคู่แข่งหลายราย แต่ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่บริษัทซึ่งมีทรัพยากรครบมือกลับยังไม่สามารถยึดตำแหน่งผู้นำในสนาม frontier AI ได้
อีกประเด็นสำคัญคือคำถามว่า Google เลือกเดิมพันกับอะไรใน AI กันแน่ ฝ่ายวิจารณ์มองว่าบริษัทอาจทุ่มน้ำหนักไปที่ multimodality และ world models ตามแนวคิดของ Hassabis มากเกินไป แทนที่จะเร่งสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับงานองค์กรและการเขียนโค้ด ซึ่งเป็นตลาดที่สร้างรายได้ชัดเจนกว่าในตอนนี้ บทสนทนายังชี้ว่า Google อาจไม่ได้ต้องการ “ชนะทุกเกม” ใน AI หากท้ายที่สุดธุรกิจคลาวด์ของบริษัทได้ประโยชน์จากการเป็นโครงสร้างพื้นฐานให้ผู้เล่นอย่าง Anthropic ก็อาจเป็นผลลัพธ์ที่ยอมรับได้เช่นกัน
การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงถูกตีความได้สองทาง ด้านหนึ่งคือความพยายามแก้ปัญหาด้านการบริหารและทำให้การนำงานวิจัยไปสู่สินค้าเกิดขึ้นเร็วขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งก็สะท้อนว่าทีมแกนนำที่ผลักดัน Google มาถึงจุดนี้กำลังเปลี่ยนบทบาท ซึ่งอาจกระทบทั้งขวัญกำลังใจและการไหลออกของบุคลากร เพราะผู้คนจำนวนมากเข้ามาทำงานที่ Google DeepMind ด้วยแรงดึงดูดจากชื่อของ Dean และ Hassabis โดยตรง
ภาพรวมแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้บอกเพียงว่า Google มีปัญหาเรื่องโครงสร้างองค์กรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนโจทย์ใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ว่าจะเปลี่ยนความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างให้กลายเป็นความเร็วในการแข่งขัน AI ได้อย่างไร ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของ Gemini รุ่นถัดไป และผลกระทบจากการสับเปลี่ยนผู้บริหาร ล้วนทำให้อนาคตของ Google ในสมรภูมิ AI ยังเปิดกว้าง แต่ก็เต็มไปด้วยแรงกดดันมากกว่าที่เคย


