ตัวอย่าง Clayface ใหม่เผยโฉมสยองแบบบอดี้ฮอร์เรอร์ ไม่ควรดูตอนกินข้าว
DC Studios ปล่อยตัวอย่างแรกที่จัดว่าเป็นภาพรวมสำคัญที่สุดของภาพยนตร์เรื่อง Clayface ซึ่งจะเป็นผลงานใหม่ในจักรวาล DC ของ James Gunn และครั้งนี้หนังเลือกนำเสนอทิศทางที่ต่างจากงานซูเปอร์ฮีโร่โทนสดใส…

DC Studios ปล่อยตัวอย่างแรกที่จัดว่าเป็นภาพรวมสำคัญที่สุดของภาพยนตร์เรื่อง Clayface ซึ่งจะเป็นผลงานใหม่ในจักรวาล DC ของ James Gunn และครั้งนี้หนังเลือกนำเสนอทิศทางที่ต่างจากงานซูเปอร์ฮีโร่โทนสดใสทั่วไปอย่างชัดเจน ตัวอย่างเผยให้เห็นต้นกำเนิดของ Matt Hagen ผู้กลายเป็น Clayface หลังเข้ารับการรักษาเชิงทดลองจนร่างกายเสียรูป และค่อยๆ ถูกดึงเข้าสู่สภาพร่างกายที่น่าหวาดเสียวมากขึ้นเรื่อยๆ
จุดเด่นของตัวอย่างอยู่ที่การเล่นกับความสยองเชิงร่างกายอย่างเต็มที่ มีหลายภาพที่ตั้งใจทำให้ผู้ชมรู้สึกขยะแขยง โดยเฉพาะฉากที่ Hagen ต้องไปที่ห้องน้ำบนเครื่องบินเพราะเปลือกตาเริ่มหลอมติดกัน สะท้อนว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้มุ่งไปทางแอ็กชันหรือความฮีโร่แบบเดิม แต่ตั้งใจให้เป็นงานสยองขวัญที่ใช้การแปรสภาพของร่างกายเป็นแกนหลักของเรื่อง
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย James Watkins จากบทของ Mike Flanagan และ Hossein Amini และถูกวางให้เป็น “คู่ตรงข้าม” กับโทนสว่างและสนุกของ Superman และ Supergirl ในจักรวาลเดียวกัน กล่าวอีกแบบคือ Clayface ดูเหมือนจะนำเสนอด้านมืดและฝันร้ายของการได้พลังพิเศษ มากกว่าการเฉลิมฉลองความเป็นฮีโร่แบบที่ผู้ชมคุ้นเคย
อีกประเด็นที่บทความชี้ให้เห็นคือความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากไทม์ไลน์และความเชื่อมโยงของจักรวาลหนัง DC เพราะ Clayface เป็นตัวร้ายที่เกี่ยวข้องกับ Gotham และ Batman แต่หนังเรื่องนี้จะออกฉายก่อน The Batman 2 ของ Matt Reeves ซึ่งอยู่อีกจักรวาลหนึ่ง ไม่ใช่ DCU ของ Gunn ดังนั้นผู้ชมไม่ควรคาดหวังว่าจะได้เห็น Robert Pattinson โผล่มาเชื่อมเหตุการณ์หรือปิดท้ายด้วยฉากพิเศษ
ในขณะเดียวกัน Gunn ยังไม่ได้ประกาศนักแสดง Batman สำหรับ The Brave and the Bold อย่างเป็นทางการ ทำให้ยังไม่ชัดว่าหนัง Batman ในอนาคตของ DCU จะเข้ามาเชื่อมกับโลกของ Clayface อย่างไร และผู้ชมก็ต้องรอให้ The Batman 2 เข้าฉายก่อน จึงจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแผนใหญ่ของ Gotham ในจักรวาลนี้
โดยรวมแล้ว Clayface ถูกมองว่าเป็นงานเดี่ยวที่แปลกและน่าสนใจในไลน์อัปของ DCU เพราะแม้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะผูกกับเรื่องราวก่อนหน้าและอนาคตของแฟรนไชส์มากแค่ไหน แต่ตัวอย่างก็แสดงให้เห็นว่าหนังมีเอกลักษณ์ด้านภาพและอารมณ์ชัดเจนพอจะยืนด้วยตัวเองได้ และถ้าความสยองที่เห็นในตัวอย่างเป็นตัวแทนของทั้งเรื่องจริง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในผลงานที่แตกต่างที่สุดของ DC Studios ในช่วงหลัง


