PEGI ปรับเกณฑ์เกมที่มีลูทบ็อกซ์ ดัน EA Sports FC 27 เป็นเรต 16 ในยุโรป
หน่วยงานจัดเรตเกมยุโรป PEGI เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่กับเกมที่มี “ไอเท็มสุ่มแบบเสียเงิน” ทำให้เกมบางรายการที่เดิมอาจถูกจัดอยู่ในระดับต่ำมาก เช่น PEGI 3 สามารถขยับขึ้นไปเป็น PEGI 16 ได้ทันที การเปลี่ยนแปลงนี้…

หน่วยงานจัดเรตเกมยุโรป PEGI เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่กับเกมที่มี “ไอเท็มสุ่มแบบเสียเงิน” ทำให้เกมบางรายการที่เดิมอาจถูกจัดอยู่ในระดับต่ำมาก เช่น PEGI 3 สามารถขยับขึ้นไปเป็น PEGI 16 ได้ทันที การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจาก PEGI ปรับกรอบประเมินด้านใหม่ที่เรียกว่า “interactive risks” ซึ่งครอบคลุมระบบซื้อคอนเทนต์ในเกม ไอเท็มสุ่ม การสื่อสารระหว่างผู้เล่น และฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เล่นต่อเนื่อง
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย Connor Hindle ผู้ดูแลนโยบายของ Games Rating Authority ในสหราชอาณาจักร โดยระบุว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา เกมที่ส่งเข้าประเมินใหม่จะถูกพิจารณาตามเกณฑ์ที่ขยายเพิ่มนี้ และหน่วยงานในสหราชอาณาจักรซึ่งทำหน้าที่ดูแล PEGI ก็เริ่มนำกฎใหม่ไปใช้กับผลิตภัณฑ์ดิจิทัลบางส่วนที่มีอยู่แล้วด้วย
ผลกระทบที่เห็นชัดคือ EA Sports FC 27 ถูกจัดเรต PEGI 16 ทั้งที่ภาคก่อนหน้าอย่าง EA Sports FC 25 ยังอยู่ที่ PEGI 3 และถูกมองว่าไม่มีประเด็นด้านเรตติ้งมากนัก ความต่างนี้สะท้อนว่าการมีระบบลูทบ็อกซ์และทางเลือกการซื้อในเกมมีน้ำหนักมากขึ้นต่อการจัดเรต โดยในกรณีของ FC 27 มีการระบุรายละเอียดด้านธุรกรรมในเกมมากขึ้น เช่น FC points, season pass และ player packs
PEGI ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวให้สอดคล้องกับความเสี่ยงในเกมยุคใหม่ เพราะปัญหาที่ส่งผลต่อผู้เล่นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรุนแรงหรือเนื้อหาเชิงเพศเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่รวมถึงกลไกเชิงพาณิชย์และการมีส่วนร่วมที่อาจกระทบพฤติกรรมการเล่นด้วย
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของอุตสาหกรรมในอเมริกาเหนือยังต่างออกไป โดย ESRB บอกว่าจะไม่เดินตามแนวทางนี้ในเร็ว ๆ นี้ และยังมองว่าการเพิ่มองค์ประกอบที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาเข้ามาในระบบเรตติ้งอาจทำให้ผู้ปกครองสับสนได้ ทำให้ EA Sports FC 27 ยังคงได้เรต E (Everyone) ในสหรัฐฯ พร้อมคำเตือนเรื่องการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้และการซื้อในเกมเท่านั้น
โดยรวม การเปลี่ยนเกณฑ์ของ PEGI แสดงให้เห็นว่าระบบจัดเรตเกมกำลังขยับจากการประเมิน “เนื้อหา” ไปสู่การประเมิน “พฤติกรรมและความเสี่ยงเชิงออกแบบ” ของเกมมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีที่ผู้จัดจำหน่ายและผู้พัฒนาออกแบบระบบสร้างรายได้ในอนาคต รวมถึงวิธีที่ผู้เล่นและผู้ปกครองใช้ข้อมูลเรตติ้งประกอบการตัดสินใจด้วย


