ม็อดเดอร์พา Frozen Eleum Loyce จาก Dark Souls 2 มาเป็นแผนที่เล่นได้ใน Elden Ring Nightreign
ชุมชนม็อดของ Elden Ring Nightreign ยังคงเดินหน้าสร้างคอนเทนต์แปลกใหม่ต่อไป แม้ตัวเกมจะไม่ได้รับความสนใจจากการอัปเดตทางการมากนัก โดยผลงานล่าสุดจากม็อดเดอร์ชื่อ Doneda ได้ยกเอาพื้นที่ Frozen Eleum Loyce…

ชุมชนม็อดของ Elden Ring Nightreign ยังคงเดินหน้าสร้างคอนเทนต์แปลกใหม่ต่อไป แม้ตัวเกมจะไม่ได้รับความสนใจจากการอัปเดตทางการมากนัก โดยผลงานล่าสุดจากม็อดเดอร์ชื่อ Doneda ได้ยกเอาพื้นที่ Frozen Eleum Loyce และ Frigid Outskirts จาก DLC ของ Dark Souls 2 มาดัดแปลงเป็นแผนที่แบบเล่นได้ใน Nightreign แบบสแตนด์อโลน พร้อมปล่อยตัวอย่างให้ชมบน YouTube ด้วย
Doneda ไม่ใช่มือใหม่กับงานแนวนี้ เพราะก่อนหน้านี้เคยทำโปรเจกต์สาธิตการกู้คืนพื้นที่ท่อระบายน้ำที่ถูกตัดออกจาก Dark Souls 2 มาแล้ว งานใหม่ครั้งนี้ยิ่งสะท้อนความถนัดด้านการรีครีเอตฉากจากซีรีส์ Souls และช่วยขยายทางเลือกให้ผู้เล่น Nightreign ที่อยากเห็นแผนที่คลาสสิกถูกตีความใหม่ในบริบทของเกมภาคนี้
สิ่งที่ทำให้ Eleum Loyce เหมาะกับ Nightreign คือโครงสร้างของพื้นที่ที่มีทั้งเขตเปิดกว้างและเมืองที่มีกำแพงล้อม ซึ่งไปเข้ากับรูปแบบแผนที่กึ่งโอเพ่นเวิลด์ของ Limveld ได้ดีกว่าโซนอย่าง Brume Tower ที่ค่อนข้างคับแคบและซับซ้อนกว่า ผู้เขียนยังชี้ว่าม็อดนี้จัดวางพื้นที่ให้เข้ากับระบบวงบีบของเกมได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะตอนที่วงสองหุบเข้าหาอารีน่าใต้ดินซึ่งเป็นจุดสู้กับ Burnt Ivory King
ตัวม็อดเปิดให้ดาวน์โหลดแล้วบน Nightreign Nexus แต่ผู้เล่นจำเป็นต้องติดตั้ง Mod Engine 3 ก่อนจึงจะใช้งานได้ ซึ่งสอดคล้องกับม็อด Nightreign ส่วนใหญ่ที่พึ่งพาเครื่องมือนี้ Doneda ยังระบุว่าจะทำแผนที่ม็อดเพิ่มเติมในอนาคต และมีช่องทางให้ติดตามผลงานผ่าน YouTube หรือสนับสนุนทาง Ko-fi
บทความยังสะท้อนภาพรวมของสถานะ Nightreign ในปัจจุบันว่าเกมกำลังอยู่ในช่วงที่แฟน ๆ บางส่วนเริ่มมองหาความสดใหม่จากฝั่งม็อดมากกว่าฝั่งผู้พัฒนา ขณะเดียวกันเกมก็ยังมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนชัดเจน เช่นอัปเดต Deep of Night ที่เพิ่มบอสใหม่ซึ่งน่าสนใจ แต่ก็มาพร้อมความยากที่หลายคนมองว่าไม่ค่อยกลมกล่อมเท่าไร
ในภาพรวม ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าคอมมูนิตี้ยังคงเป็นแรงขับสำคัญของ Nightreign โดยเฉพาะเมื่อ FromSoftware ดูเหมือนจะหันไปโฟกัสโปรเจกต์อื่นมากขึ้น ม็อดอย่าง Eleum Loyce จึงไม่ใช่แค่การดัดแปลงฉากเก่าให้เล่นได้ในเกมใหม่ แต่ยังเป็นตัวอย่างว่าฐานแฟนเกม Souls ยังสามารถต่อยอดประสบการณ์ของซีรีส์นี้ได้ แม้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจะลดลงแล้วก็ตาม


