Epic จัดเกมแจมที่เปิดทางให้ใช้ AI อย่างเต็มที่ ชิงเงินรางวัลและทุนต่อยอดสูงสุด 50,000 ดอลลาร์
Epic Games ผู้พัฒนา Unreal Engine ประกาศจัดกิจกรรมแข่งขันทำเกมแบบเร่งด่วนหรือ game jam ในเดือนพฤศจิกายน โดยจุดเด่นของงานนี้คือผู้เข้าร่วมถูก “ส่งเสริม” ให้ใช้เครื่องมือ AI ในการสร้างเกมอย่างชัดเจน…

Epic Games ผู้พัฒนา Unreal Engine ประกาศจัดกิจกรรมแข่งขันทำเกมแบบเร่งด่วนหรือ game jam ในเดือนพฤศจิกายน โดยจุดเด่นของงานนี้คือผู้เข้าร่วมถูก “ส่งเสริม” ให้ใช้เครื่องมือ AI ในการสร้างเกมอย่างชัดเจน ซึ่งสวนทางกับงานประกวดงานสร้างสรรค์จำนวนมากที่มักจำกัดหรือห้ามใช้ AI
งานดังกล่าวใช้ชื่อว่า 2026 Epic AI MegaJam และจะเปิดเผยธีมในวันที่ 11 พฤศจิกายน ก่อนให้ทีมและผู้เข้าร่วมมีเวลาพัฒนาเกมระหว่างวันที่ 12–15 พฤศจิกายน ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน โดย Epic ระบุว่าจะมีทั้งการร่วมทำงานแบบออนไซต์ในพื้นที่ซานฟรานซิสโก และการถ่ายทอดสดรายวันเพื่ออัปเดตความคืบหน้าในระหว่างการแข่งขัน
ด้านรางวัล Epic วางเงินสำหรับผู้ชนะอันดับหนึ่งใน 3 หมวดหลัก หมวดละ 7,500 ดอลลาร์ และยังมีเงินรางวัลย่อยสำหรับอันดับสองและสาม รวมถึงหมวดพิเศษอื่น ๆ เช่น “best team” นอกจากนี้ยังมีทุนสนับสนุนต่อยอดการพัฒนาในชื่อ Development Continuation Grants มูลค่าสูงสุดถึง 50,000 ดอลลาร์ต่อทีม ซึ่งทำให้งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมโชว์ไอเดียสั้น ๆ แต่ยังอาจเชื่อมไปสู่การพัฒนาเกมจริงต่อได้
การโปรโมตของ Epic ยังสะท้อนจุดยืนที่สนับสนุน AI อย่างโจ่งแจ้ง โดยมีการอ้างอิงฉาก “red pill” จากภาพยนตร์ The Matrix เพื่อสื่อว่าแนวทางพัฒนาเกมด้วย AI คือทางลัดไปสู่การส่งมอบผลงานเร็วขึ้นภายในสุดสัปดาห์ ขณะที่แนวทางดั้งเดิมถูกเปรียบว่าใช้เวลานานกว่าจะสร้างต้นแบบได้ทันใจ ภาพโปรโมตยังใส่รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างนิ้วมือเกินบนมือที่ยื่นยาแดง ซึ่งน่าจะเป็นการหยอกล้อถึงข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยในภาพที่สร้างด้วย AI
ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางล่าสุดของ Epic ที่แสดงความไม่ยี่หระต่อเสียงวิจารณ์เรื่อง AI ก่อนหน้านี้บริษัทเพิ่งเรียก launcher ของ Epic Games Store ว่า “vibe coded” เพื่อสื่อว่าไม่ได้ปิดบังการพึ่งพา AI ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ขณะเดียวกัน Tim Sweeney ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทก็กล่าวในทำนองว่า Epic กำลังปรับทีมและกระบวนการทำงานเพื่อเร่งการใช้ AI ให้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
Sweeney ยังมองว่า AI ไม่ได้มีผลแค่ต่อการเขียนโค้ด แต่จะเปลี่ยนบทบาทงานสร้างสรรค์ให้เหลือส่วนของการกำกับทิศทางและตัดสินใจเชิงครีเอทีฟมากขึ้น เขาโพสต์สนับสนุนให้ผู้พัฒนาเกมที่เห็นคุณค่าของ AI ออกมาพูดมากขึ้น เพราะเชื่อว่ามีผู้ใช้ AI จำนวนมากแต่ไม่กล้าแสดงตัวจากความกังวลต่อกระแสต้าน
แม้แนวคิดนี้จะได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม X จำนวนหนึ่ง แต่ก็มีเสียงคัดค้านตามมาไม่น้อย ผู้วิจารณ์บางส่วนตั้งคำถามว่า Epic กำลังนำเสนอเกมแจมราวกับเป็นสิ่งใหม่ ทั้งที่กิจกรรมลักษณะนี้มีมานานแล้ว เพียงแต่ในครั้งนี้บริษัทเลือกวาง AI เป็นศูนย์กลางของงานอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนการแบ่งขั้วที่ยังคงมีอยู่ในวงการเกมและเทคโนโลยีเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในงานสร้างสรรค์


