ทดสอบความเร็วไคลเอนต์เกม: Epic เปิดเร็วกว่า Steam แม้ Valve เพิ่งอัปเดตเพิ่มสปีด
บทความนี้หยิบคำโฆษณาบนโซเชียลของ Epic ที่อ้างว่า Epic Games Launcher ถูกปรับให้เปิดได้เร็วกว่าแพลตฟอร์มคู่แข่ง มาประกบกับจังหวะเดียวกันที่ Valve ปล่อยอัปเดต Steam Client ซึ่งระบุชัดว่าเพิ่มประสิทธิภาพ…

บทความนี้หยิบคำโฆษณาบนโซเชียลของ Epic ที่อ้างว่า Epic Games Launcher ถูกปรับให้เปิดได้เร็วกว่าแพลตฟอร์มคู่แข่ง มาประกบกับจังหวะเดียวกันที่ Valve ปล่อยอัปเดต Steam Client ซึ่งระบุชัดว่าเพิ่มประสิทธิภาพตอนเริ่มทำงาน ผู้เขียนจึงตัดสินใจทดสอบทั้งสองไคลเอนต์แบบจับเวลาเพื่อดูว่าตัวไหนเปิดขึ้นสู่หน้าร้านได้เร็วกว่ากันในเครื่องของเขาเอง
ในการวัด ผู้เขียนเปิดแต่ละโปรแกรมจากถาดระบบ แล้วจับเวลาจนหน้า storefront แสดงผลครบถ้วน โดยทดสอบฝั่งละ 3 ครั้งและคำนวณค่าเฉลี่ย เครื่องที่ใช้คือพีซีประกอบสำเร็จ iBuyPower พร้อมการ์ดจอ RTX 4070 Super ผลที่ได้คือ Steam ใช้เวลาเฉลี่ย 9.32 วินาที ขณะที่ Epic Games Launcher อยู่ที่ 5.98 วินาที จึงสรุปได้ว่าในสภาพแวดล้อมการทดสอบนี้ Epic เปิดได้เร็วกว่าอยู่หลายวินาที
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนชี้ว่า “เร็วกว่า” ไม่ได้แปลว่า “ใช้งานสะดวกกว่า” เสมอไป เพราะ Steam มีวิธีปิดโปรแกรมที่ตรงไปตรงมามากกว่า แค่กดเมนูแล้วเลือกออกจากโปรแกรมก็จบ และตรวจสอบได้ว่ามันไม่ได้แอบค้างอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ Epic ปิดหน้าต่างแล้วไม่ได้หยุดทำงานจริง ผู้เขียนต้องใช้ Task Manager ปิดทิ้ง และยังพบว่าตัว launcher มักเปิดตัวเองขึ้นมาใหม่หลังจากสั่งปิดในครั้งแรก ทำให้ขั้นตอนการปิดยุ่งยากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
บทความยังสะท้อนมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนต่อทั้งสองแพลตฟอร์ม แม้ Steam จะช้ากว่าในผลทดสอบนี้ แต่เขายังชอบฟีเจอร์หลายอย่างของ Steam มากกว่า เช่น การปรับหน้าคลังเกมด้วยอัปเดต Big Art และฟังก์ชันปฏิทินแนะนำเกมที่จะออกใหม่ ขณะที่ Epic แม้ภาพรวมจะดูเรียบง่ายกว่า แต่ความมินิมัลก็ไม่ได้ชดเชยข้อเสียเรื่องการทำงานเบื้องหลังและการปิดโปรแกรมได้ทั้งหมด
ท้ายที่สุด ผู้เขียนมองว่า Steam ยังมีจุดบกพร่องของตัวเอง เช่น ความจุกจิกในการถ่ายโอนเกมภายในเครื่องและองค์ประกอบหน้าตาบางส่วนที่ยังดูรก แต่ก็ยังเลือกให้มันเป็นไคลเอนต์ที่ใช้งานประจำอยู่ดี สรุปแล้ว บทความนี้ไม่ได้เพียงตอบคำถามว่าใครเร็วกว่า แต่ยังตอกย้ำว่า “ความเร็วตอนเปิด” เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกดีกับแพลตฟอร์มเกมหนึ่งๆ มากกว่าอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง


