ESA เดินหน้าภารกิจสำรวจดาวศุกร์เอง หลัง NASA ถอนเรดาร์ร่วมโครงการ
องค์การอวกาศยุโรป (ESA) เตรียมเดินหน้าโครงการยานสำรวจดาวศุกร์ Envision ต่อไป “เต็มกำลัง” แม้ฝ่าย NASA จะไม่สามารถทำตามคำมั่นในการจัดหาเครื่องมือเรดาร์จากสหรัฐฯ ให้กับภารกิจนี้ได้ตามกำหนด ตามที่นัก…

องค์การอวกาศยุโรป (ESA) เตรียมเดินหน้าโครงการยานสำรวจดาวศุกร์ Envision ต่อไป “เต็มกำลัง” แม้ฝ่าย NASA จะไม่สามารถทำตามคำมั่นในการจัดหาเครื่องมือเรดาร์จากสหรัฐฯ ให้กับภารกิจนี้ได้ตามกำหนด ตามที่นักวิทยาศาสตร์โครงการระบุว่า ขณะนี้ต้องปรับแผนความร่วมมือใหม่ แต่ ESA ยังตั้งใจผลักดันภารกิจนี้ให้เดินหน้าต่อ เพราะมองว่าเป็นภารกิจสำคัญต่อการศึกษาดาวศุกร์ในระยะยาว
Envision ถูกออกแบบมาเพื่อทำแผนที่พื้นผิวดาวศุกร์ด้วยความละเอียดสูงกว่าภารกิจเรดาร์ล่าสุดที่ NASA เคยส่งไปในทศวรรษ 1990 ถึงราว 10 เท่า ดาวศุกร์ถูกปกคลุมด้วยชั้นเมฆหนาทึบของกรดซัลฟิวริก ทำให้กล้องแสงปกติไม่สามารถมองเห็นพื้นผิวได้จากวงโคจร ดังนั้นเทคโนโลยีเรดาร์จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเจาะทะลุชั้นเมฆและเผยให้เห็นภูมิประเทศด้านล่าง
นักวิทยาศาสตร์วางเป้าหมายใช้ข้อมูลจาก Envision เพื่อศึกษาลักษณะพื้นผิวอย่างละเอียด โดยเฉพาะการค้นหาร่องรอยภูเขาไฟที่ยังคงมีการปะทุหรือกิจกรรมทางธรณีวิทยาอยู่ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจวิวัฒนาการของดาวศุกร์และเปรียบเทียบกับโลกได้ดีขึ้น ภารกิจนี้จึงมีความหมายทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์พื้นฐานและการสำรวจดาวเคราะห์
ความร่วมมือระหว่าง NASA กับ ESA ถูกกำหนดไว้ในบันทึกความเข้าใจที่ลงนามเมื่อปี 2024 โดยเดิม NASA รับผิดชอบจัดหาเครื่องเรดาร์แบบ synthetic aperture radar รวมถึงการสนับสนุนด้านการติดตามและสื่อสารผ่านเครือข่าย Deep Space Network ส่วน ESA จะสร้างยานอวกาศ เครื่องมือวิทยาศาสตร์อื่น ๆ และจัดการปล่อยยานด้วยจรวด Ariane 6
อย่างไรก็ตาม เมื่อ NASA ประเมินแล้วว่าไม่น่าจะสามารถส่งมอบเรดาร์ตามที่ตกลงได้ โครงการจึงต้องปรับโครงสร้างความร่วมมือใหม่ แม้รายละเอียดผลกระทบในเชิงเทคนิคและงบประมาณจะยังไม่ชัดเจนทั้งหมด แต่ท่าทีของ ESA สะท้อนว่าฝั่งยุโรปไม่ต้องการให้ความล่าช้าหรือการถอนตัวของคู่หูข้ามมหาสมุทรมาทำให้ภารกิจหยุดชะงัก
ภาพรวมของเรื่องนี้ชี้ให้เห็นทั้งความท้าทายของโครงการอวกาศระหว่างประเทศและความสำคัญของเครื่องมือเรดาร์ต่อการสำรวจดาวศุกร์ หาก Envision เดินหน้าต่อได้สำเร็จ มันจะเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สุดของยุโรปในการศึกษาดาวเคราะห์เพื่อนบ้าน และอาจเปิดข้อมูลใหม่เกี่ยวกับภูมิประเทศและกิจกรรมทางธรณีวิทยาของดาวศุกร์ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน


