ญี่ปุ่นปัดตกคำแก้ต่างสิทธิบัตรโปเกมอนของ Nintendo ว่า “ไร้สาระ”
Nintendo ถูกหน่วยงานสิทธิบัตรญี่ปุ่นปฏิเสธคำคัดค้านต่อการตีกลับคำขอจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับระบบในเกม Pokémon อีกครั้ง โดยประเด็นนี้สะท้อนความพยายามของบริษัทในการขอคุ้มครองกลไกที่เกี่ยวกับการจับ ต่อสู้…

Nintendo ถูกหน่วยงานสิทธิบัตรญี่ปุ่นปฏิเสธคำคัดค้านต่อการตีกลับคำขอจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับระบบในเกม Pokémon อีกครั้ง โดยประเด็นนี้สะท้อนความพยายามของบริษัทในการขอคุ้มครองกลไกที่เกี่ยวกับการจับ ต่อสู้ และขี่ตัวละครในจักรวาลโปเกมอน ซึ่งก่อนหน้านี้บางส่วนเคยได้รับการอนุมัติไปแล้ว ขณะที่บางส่วนยังถูกพิจารณาว่าไม่ผ่านเกณฑ์ “ขั้นการประดิษฐ์” เพราะใกล้เคียงกับผลงานเดิมมากเกินไป
คำขอที่เป็นปัญหาคือสิทธิบัตรหมายเลข 2026-019762 ซึ่งสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่นเคยออกหนังสือปฏิเสธในเดือนเมษายน โดยระบุว่าข้ออ้างของ Nintendo ไม่แสดงให้เห็นความใหม่ในเชิงเทคนิค เพราะสิ่งที่ยื่นขอจดมีความคล้ายกับผลงานก่อนหน้าหรือ prior art มากเกินไป หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือวิดีโอการเล่นเกมแฟนเมดเกี่ยวกับ Pokémon ที่มีอายุราว 13 ปี ซึ่งแสดงระบบคล้ายกับสิ่งที่ Nintendo พยายามอ้างสิทธิ์ในเวลาต่อมา
Nintendo ตอบโต้ว่าเอกสารที่อ้างถึงเป็นเพียง “วิดีโอ” ของเกมแฟนเมด ไม่ใช่ตัวเกมจริง จึงไม่ควรถูกนับเป็น prior art สำหรับสิทธิบัตรเกม อีกทั้งยังย้ำว่างานดังกล่าวเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จึงไม่ควรถูกนำมาใช้วัดความชัดเจนหรือความเป็นที่ประจักษ์ของสิ่งประดิษฐ์ได้ พร้อมทั้งวิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ควรใช้ชื่อทางการของ Pokémon เช่น Pikachu หรือ Bulbasaur เพราะเป็นการ “เรียกสินค้าละเมิดสิทธิ” ราวกับเป็นของจริง
อย่างไรก็ตาม สำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่นตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่าประเด็นละเมิดลิขสิทธิ์ไม่เกี่ยวกับการตัดสินความสามารถในการจดสิทธิบัตร เนื่องจากกฎหมายสิทธิบัตรของญี่ปุ่นไม่ได้มีข้อยกเว้นสำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่อาจละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น และในทางปฏิบัติ มาตรฐานการพิจารณา inventive step ก็ไม่ผูกกับสถานะการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
หน่วยงานยังระบุด้วยว่าการเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ “สับสน” จนคิดว่าแฟนเกมดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ Pokémon ของแท้ เป็นความเข้าใจที่ “ไร้สาระ” และแม้จะสมมุติว่ามีความเข้าใจผิดเช่นนั้นจริง ก็ยังไม่มีผลต่อข้อสรุปเรื่องความใหม่หรือความชัดเจนของคำขอสิทธิบัตรอยู่ดี นอกจากนี้ JPO ยังตั้งข้อสงสัยว่าคำคัดค้านของ Nintendo ต้องการบอกว่าคลิปวิดีโอเกมไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ หรือกำลังอ้างว่าเป็นเพียงคลิปที่แต่งขึ้นให้ดูเหมือนเกม ซึ่งในมุมของผู้ตรวจสอบ ทั้งสองแนวคิดไม่ได้ช่วยให้คำขอผ่านได้เลย
จุดที่ถูกพูดถึงมากคือการตอบกลับด้วยถ้อยคำเชิงประชดของผู้ตรวจสอบ ซึ่งอธิบายว่าหากจะไม่ใช้คำเรียกตัวละครตามชื่อทางการจริง ๆ ก็อาจต้องเขียนอธิบายใหม่แบบอ้อม ๆ เช่น “สัตว์ขนาดเล็ก” แทน Pokémon หรือ “วัตถุทรงกลมสีแดงครึ่งบนขาวครึ่งล่าง” แทน Poké Ball แต่แม้จะเปลี่ยนถ้อยคำให้ละเอียดเพียงใด ก็ไม่ทำให้ข้อถือสิทธิของ Nintendo มีความคิดสร้างสรรค์หรือแตกต่างพออยู่ดี
รายงานยังชี้ว่า Nintendo ยังมีทางเลือกยื่นอุทธรณ์ต่อได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และอาจยื่นคำขอแยกฉบับที่ปรับถ้อยคำให้รัดกุมขึ้นได้อีก แต่คดีสิทธิบัตรชุดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อพิพาทเรื่อง Palworld จึงไม่น่ามีผลกระทบต่อคดีนั้นไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพรวมของกรณีดังกล่าวสะท้อนความตึงเครียดระหว่างการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแบบเข้มข้นของ Nintendo กับการตีความมาตรฐานสิทธิบัตรของญี่ปุ่นที่ดูเหมือนจะเริ่มไม่อดทนกับข้อโต้แย้งของบริษัทมากขึ้น


