ตัวอย่างหนัง Resident Evil โดนถล่มคอมเมนต์จากดราม่าเลิกผลิตแผ่นเกมของ PlayStation
ตัวอย่างใหม่ของภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน Resident Evil ที่กำกับโดย Zach Cregger กลายเป็นอีกพื้นที่ที่แฟนเกมใช้ระบายความไม่พอใจต่อแผนของ Sony เรื่องยุติการสนับสนุนสื่อเกมแบบแผ่นในอนาคต แม้คลิปดังกล่าวจะเป็น…

ตัวอย่างใหม่ของภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน Resident Evil ที่กำกับโดย Zach Cregger กลายเป็นอีกพื้นที่ที่แฟนเกมใช้ระบายความไม่พอใจต่อแผนของ Sony เรื่องยุติการสนับสนุนสื่อเกมแบบแผ่นในอนาคต แม้คลิปดังกล่าวจะเป็นคอนเทนต์เกี่ยวกับภาพยนตร์ แต่โพสต์บนช่อง YouTube ของ PlayStation ก็ถูกถล่มด้วยคอมเมนต์เชื่อมโยงไปยังประเด็นการยกเลิกแผ่นกายภาพอย่างหนาแน่น
รายงานระบุว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่ในโพสต์มีเนื้อหาเหน็บแนมและเรียกร้องให้ Sony เปลี่ยนท่าทีต่อแผ่นเกม โดยหลายข้อความอ้างถึง “physical version” หรือแผ่นเกมในเชิงเสียดสี บางส่วนเล่นมุกเกี่ยวกับการ “ตามหาแผ่นเกมที่เหลืออยู่เพียงชุดสุดท้าย” สะท้อนว่ากระแสต่อต้านไม่ได้จำกัดอยู่แค่ข่าวเกม แต่ลามไปถึงทุกคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ PlayStation
ต้นตอของแรงต้านครั้งนี้มาจากการประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ว่า Sony จะยุติการผลิตเกมกล่องใหม่ในปี 2028 และหลังจากนั้นเกมที่ออกใหม่จะมีเฉพาะเวอร์ชันดิจิทัลเท่านั้น ทำให้ผู้เล่นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่สะสม ซื้อขาย และเก็บรักษาแผ่นเกมมาอย่างยาวนาน รู้สึกไม่พอใจกับทิศทางดังกล่าวอย่างชัดเจน
IGN ชี้ว่าหลังจาก PlayStation กลับมาใช้งานโซเชียลมีเดียอีกครั้งหลังจากหายไปช่วงหนึ่ง บัญชีของบริษัทก็ถูกคอมเมนต์ถล่มแทบทุกโพสต์ และแรงต้านยังขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจากช่องทางของ PlayStation เองด้วย โดยมีตัวอย่างก่อนหน้านี้คือคลิปเปิดตัวเกม Marvel’s Wolverine ที่ถูกคอมเมนต์เชิงประท้วงในลักษณะคล้ายกัน
กรณีของ Resident Evil จึงเป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า กระแสไม่พอใจต่อการผลักดันดิจิทัลเต็มตัวของ Sony เริ่มกลบพื้นที่การสื่อสารด้านคอนเทนต์บันเทิงอื่น ๆ ไปด้วย แม้ตัวหนังจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายนี้ แต่คอมมูนิตี้แฟนเกมก็ใช้ทุกโอกาสเพื่อส่งสัญญาณความไม่เห็นด้วยให้บริษัทรับรู้
สำหรับตัวภาพยนตร์ Resident Evil เอง ระบุว่าจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 18 กันยายน 2026 และก่อนหน้านี้ก็เคยถูกวิจารณ์เรื่องการดัดแปลงเนื้อหาจากเหตุการณ์ Raccoon City ในตัวอย่างแรกมาแล้ว ดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงเจอทั้งเสียงวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์จากแฟนต้นฉบับ และแรงกระแทกจากดราม่านโยบายธุรกิจของ Sony พร้อมกัน


