สรุปเกม The Legend of Zelda บน Switch และแผนต่อบน Switch 2 ในปี 2026
IGN รวบรวมภาพรวมของแฟรนไชส์ The Legend of Zelda บน Nintendo Switch พร้อมชี้ให้เห็นว่าเครื่องรุ่นนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการขยายฐานผู้เล่นของซีรีส์ โดยเฉพาะหลังความสำเร็จของ Breath of the Wild และ…

IGN รวบรวมภาพรวมของแฟรนไชส์ The Legend of Zelda บน Nintendo Switch พร้อมชี้ให้เห็นว่าเครื่องรุ่นนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการขยายฐานผู้เล่นของซีรีส์ โดยเฉพาะหลังความสำเร็จของ Breath of the Wild และ Tears of the Kingdom ซึ่งทำให้ Zelda กลายเป็นหนึ่งในทรัพย์สินหลักของ Nintendo ในยุคปัจจุบัน
บทความระบุว่า บน Switch มีเกม Zelda ที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องนี้โดยตรงรวมทั้งหมด 5 เกมหลัก, 3 เกมในซีรีส์ Hyrule Warriors และอีก 1 เกมสปินออฟ ซึ่งทั้งหมดสามารถเล่นได้บน Switch 2 ด้วย รายชื่อครอบคลุมตั้งแต่ Breath of the Wild ในปี 2017 ไปจนถึง Hyrule Warriors: Age of Imprisonment ในปี 2025 โดยแต่ละเกมสะท้อนแนวทางที่แตกต่างกันของซีรีส์ ทั้งแบบโอเพนเวิลด์ แอ็กชันมัสโซ และเกมรีเมกหรือผลงานทดลองเชิงดนตรี
ในกลุ่มเกมหลักของ Switch จุดเริ่มต้นคือ Breath of the Wild ที่วางรากฐานการออกแบบแบบโลกเปิดให้กับซีรีส์ ตามมาด้วย Tears of the Kingdom ที่ต่อยอดโลก Hyrule ด้วยการสำรวจทั้งท้องฟ้าและใต้ดินจนกลายเป็นหนึ่งในเกมที่มีขอบเขตกว้างที่สุดของยุคนี้ ส่วน Echoes of Wisdom เป็นเกมที่เด่นตรงให้เจ้าหญิง Zelda รับบทนำอย่างเต็มตัว และใช้มุมมองแบบ 2D คล้าย Link’s Awakening แต่ยังถูกนับว่าเป็นเกม Zelda เต็มรูปแบบ ไม่ใช่ภาคย่อย
ฝั่งสปินออฟและภาคแอ็กชันอย่าง Hyrule Warriors ก็มีบทบาทมากบน Switch เช่นกัน เริ่มจาก Definitive Edition, ต่อด้วย Age of Calamity ที่เล่าย้อนไปยังเหตุการณ์ก่อน Breath of the Wild และล่าสุดคือ Age of Imprisonment ซึ่ง Nintendo ย้ำว่าเป็นเนื้อเรื่องแคนนอนและขยายปูมหลังไปสู่เหตุการณ์ Imprisoning War ก่อน Tears of the Kingdom ทำให้ซีรีส์แขนงนี้ไม่ใช่เพียงเกมแถมเพื่อความบันเทิง แต่ยังช่วยเติมเต็มไทม์ไลน์ของแฟรนไชส์หลักด้วย
บทความยังชี้ว่า Switch เป็นเครื่องที่มีเกม Zelda จากหลายแนวทาง ไม่ได้มีแค่เกมใหม่ แต่ยังรวมถึงการรีเมกและรีมาสเตอร์อย่าง Link’s Awakening และ Skyward Sword HD ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นรุ่นใหม่เข้าถึงภาคคลาสสิกได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน Nintendo Switch Online + Expansion Pack ก็เพิ่มมูลค่าด้วยคลังเกม Zelda รุ่นเก่าจำนวนมาก ตั้งแต่ภาคต้นฉบับบน NES, SNES, N64 ไปจนถึง Game Boy และ GameCube บน Switch 2
สำหรับอนาคตบน Switch 2 บทความระบุว่ายังไม่มีการประกาศเกมภาคหลักใหม่โดยตรง แต่มีรายงานถึงการรีเมก Ocarina of Time ขนาดใหญ่ซึ่งมีกำหนดในปี 2026 พร้อมทั้งมีสัญญาณจากผู้บริหาร Nintendo ว่ากลุ่มเกมรีเมกอาจเป็นสะพานไปสู่ทิศทางใหม่ของซีรีส์ นอกจากนี้ Nintendo ยังเดินหน้าขยายแบรนด์ Zelda ไปสู่สื่อภาพยนตร์คนแสดง ซึ่งสะท้อนว่าซีรีส์นี้ยังเป็นหนึ่งในเสาหลักเชิงธุรกิจและวัฒนธรรมของบริษัทต่อไปในยุค Switch 2


