อดีตวิศวกรไมโครซอฟท์เล่าที่มาคีย์ Windows XP ในตำนาน FCKGW
เดวิด แพลมเมอร์ อดีตวิศวกรไมโครซอฟท์ซึ่งเป็นผู้เขียนฝั่งระบบปฏิบัติการของ Windows Product Activation ออกมาเล่ารายละเอียดเบื้องหลังคีย์ Windows XP ชื่อดังอย่าง FCKGW-RHQQ2-YXRKT-8TG6W-2B7Q8 ที่ครั้ง…

เดวิด แพลมเมอร์ อดีตวิศวกรไมโครซอฟท์ซึ่งเป็นผู้เขียนฝั่งระบบปฏิบัติการของ Windows Product Activation ออกมาเล่ารายละเอียดเบื้องหลังคีย์ Windows XP ชื่อดังอย่าง FCKGW-RHQQ2-YXRKT-8TG6W-2B7Q8 ที่ครั้งหนึ่งเคยแพร่หลายในแผ่นเถื่อนและแผ่นเบิร์นเองจำนวนมาก
แพลมเมอร์อธิบายว่า ระบบเปิดใช้งานของ Windows XP ถูกออกแบบมาให้ตรวจทั้งคีย์และองค์ประกอบของสื่อการติดตั้ง โดยลูกค้าองค์กรรายใหญ่จะได้รับ “Volume Media” ที่ต่างจากแผ่นค้าปลีกทั่วไป และต้องใช้ Volume Key ที่ตรงกับสื่อชุดนั้น การตรวจสอบยังอาศัยไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในตัวแผ่นเพื่อยืนยันว่าเป็นสื่อสำหรับองค์กรจริง ทำให้คีย์ที่รั่วออกมาจะใช้ไม่ได้กับแผ่น XP ทั่วไป
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มละเมิดลิขสิทธิ์ Devils0wn เผยแพร่ ISO ของ Windows XP Pro Corporate พร้อมคีย์ที่ถูกต้องก่อนเปิดตัวจริงราวห้าสัปดาห์ เมื่อคีย์ที่ถูกต้องถูกจับคู่กับสื่อ Volume Media ระบบ Product Activation จึงผ่านการตรวจสอบ และทำให้การติดตั้งดูเหมือนถูกต้องตามเงื่อนไขของไมโครซอฟท์
แพลมเมอร์คาดว่าต้นตอของคีย์น่าจะมาจากพาร์ตเนอร์ OEM หรือฮาร์ดแวร์รายใหญ่ที่ได้รับสื่อชุดจริงล่วงหน้าเพื่อเตรียมเครื่องให้พร้อมขายในวันเปิดตัว โดยเขาชี้ว่ามีองค์กรจำนวนน้อยมากที่เข้าถึง Volume License Key ได้ก่อนเวลา จึงน่าจะเป็นเหตุรั่วจากฝั่งคู่ค้ามากกว่าผู้ใช้ทั่วไป ขณะที่ชื่ออย่าง Dell และ Intel เคยถูกโยงในวงสนทนา แต่ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด
หลังคีย์หลุด ไมโครซอฟท์จึงเริ่มตอบโต้ด้วยการบล็อก Product ID ที่เกี่ยวข้องใน Service Pack 1 และเพิ่มความเข้มงวดขึ้นใน Service Pack 2 รวมถึงปิดกั้นการอัปเดตสำหรับเครื่องที่ใช้คีย์นี้ อย่างไรก็ดี คีย์ VLK ที่ถูกต้องและไม่รั่วก็ยังใช้งานได้กับสื่อ Volume Media อีกนาน แสดงให้เห็นว่าความผิดพลาดสำคัญอยู่ที่สื่อและคีย์หลุดออกไปก่อนที่กลไกผูกกับฮาร์ดแวร์จะมีโอกาสทำงาน
แพลมเมอร์ยังเล่าว่าเขาไม่เคยพบ keygen ที่ใช้ได้จริงกับ Windows XP และเชื่อว่าซอฟต์แวร์ปลอมบางตัวอาจไม่ได้สร้างคีย์ขึ้นมาจริง แต่เลือกคีย์ Volume ที่รั่วจากรายการที่มีอยู่แล้ว เรื่องราวนี้สะท้อนยุคแรกของการแพร่กระจายซอฟต์แวร์เถื่อนบนพีซี ที่ทั้งระบบป้องกัน สิทธิ์องค์กร และการแชร์ไฟล์ขนาดใหญ่ยังไม่รัดกุมเท่าปัจจุบัน


