อดีตผู้จัดการ TSMC ถูกฟ้องคดีแรกใต้กฎหมายความมั่นคงฐานพยายามรั่วไหลเทคโนโลยีชิปให้จีน
อัยการไต้หวันได้ยื่นฟ้องอดีตผู้จัดการของ TSMC ในคดีที่ถูกมองว่าสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินคดีภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในข้อหาพยายามนำเทคโนโลยี “แกนหลักของชาติ” ออกไปให้จีน ตาม…

อัยการไต้หวันได้ยื่นฟ้องอดีตผู้จัดการของ TSMC ในคดีที่ถูกมองว่าสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินคดีภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในข้อหาพยายามนำเทคโนโลยี “แกนหลักของชาติ” ออกไปให้จีน ตามรายงานของ Nikkei Asia ที่อ้างคำให้การจากสำนักงานอัยการสูงสุดไต้หวัน แม้การส่งต่อเทคโนโลยีจะไม่สำเร็จ แต่คดีก็ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนของความพยายามแทรกซึมความลับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน
ผู้ต้องหา คือ เฉิน อดีตรองผู้จัดการของ TSMC ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือกับชายชาวฮ่องกงเพื่อขโมยความลับทางการค้าของบริษัท โดยมีการคัดลอกเอกสารลับ 21 ฉบับกลับไปศึกษาเพื่อใช้กับแผนธุรกิจในจีน รายงานระบุว่าแผนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตั้งบริษัทวิเคราะห์วัสดุเซมิคอนดักเตอร์ในจีนในชื่อ CSMAC และอัยการยังสงสัยว่าเฉินอาจมีเป้าหมายดึงบุคลากรจากไต้หวันไปเข้าร่วมโครงการนี้เพิ่มเติม
ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นระบุว่าเฉินถูกควบคุมตัวมาหลายเดือนแล้ว และอาจเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ขณะเดียวกัน TSMC ได้เอกสารคืนทั้งหมดแล้ว ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นในเชิงปฏิบัติอาจจำกัดลง แต่ประเด็นที่ใหญ่กว่าคือการปกป้ององค์ความรู้ของบริษัทที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของไต้หวัน
คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่ออุตสาหกรรมชิปของไต้หวัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นเป้าหมายสำคัญของการจารกรรมทางอุตสาหกรรมและปฏิบัติการทางไซเบอร์จากจีนอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า TSMC เคยปลดพนักงานหลายคนและมีการสอบสวนโดยอัยการไต้หวันในคดีคล้ายกัน สะท้อนว่าปัญหาการรั่วไหลของความลับไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่เชื่อมโยงกับความมั่นคงของประเทศโดยตรง
ในมุมอุตสาหกรรม รายงานชี้ว่าจีนมีความคืบหน้าในบางส่วนของภาคเซมิคอนดักเตอร์ เช่น หน่วยความจำ DRAM ผ่านผู้ผลิตอย่าง CXMT แต่ยังไม่สามารถทัดเทียม TSMC ในการผลิตชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงได้อย่างแท้จริง ดังนั้นหากความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาของ TSMC รั่วไหลไปจริง ก็อาจช่วยย่นระยะทางให้จีนแข่งขันในตลาดชิประดับสูงได้มากขึ้น
โดยรวม คดีนี้ตอกย้ำว่า TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่และล้ำหน้าที่สุดรายหนึ่งของโลก ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ และความพยายามเข้าถึงเทคโนโลยีของบริษัทนี้ถูกมองว่าเป็นประเด็นที่ไต้หวันต้องจับตาอย่างเข้มงวดมากกว่าที่เคย


