Nvidia อาจได้อานิสงส์จากการผ่อนคลายคุมชิป AI ในจีน ท่ามกลางแรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ
การพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับสี จิ้นผิงไม่ได้ทำให้ประเด็นควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แต่กลับสะท้อนว่าความตึงเครียดด้าน AI และชิปยังคงเปราะบางเหมือนเดิม โดยสองฝ่ายแทบไม่ได้ขยับใน…

การพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับสี จิ้นผิงไม่ได้ทำให้ประเด็นควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แต่กลับสะท้อนว่าความตึงเครียดด้าน AI และชิปยังคงเปราะบางเหมือนเดิม โดยสองฝ่ายแทบไม่ได้ขยับในเรื่องข้อจำกัดการส่งออก และข้อตกลงพักศึกทางการค้าก็ถูกยืดเวลาออกไปเพียงชั่วคราว ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์เตือนว่ามาตรการควบคุมของสหรัฐฯ ที่อาจออกมาเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนอีกครั้ง และเสี่ยงกระตุ้นให้จีนตอบโต้ด้วยการจำกัดการส่งออกแร่หายากซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก
ท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว Nvidia กลับดูเหมือนเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ เพราะมีรายงานว่าจีนกำลังพิจารณาผ่อนคลายข้อจำกัด และอาจเปิดทางให้บริษัท AI รายใหญ่ของจีนนำเข้าชิปของ Nvidia เพิ่มขึ้นจำนวนมากในช่วงปีหน้า แม้ชิปที่ถูกพูดถึงอย่าง RTX Pro 5500 จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มชิปสำหรับเกม แต่หน่วยงานกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีของจีนได้ขอให้บริษัทอย่าง Alibaba และ ByteDance ส่งแผนการใช้งานมาให้พิจารณาอย่างละเอียด เพื่อประเมินว่าชิปเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในศูนย์ข้อมูลหรือเซิร์ฟเวอร์สำหรับรองรับโมเดล AI ที่จีนต้องการอย่างมากหรือไม่
รายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า จีนอาจพยายามหาช่องทางเข้าถึงฮาร์ดแวร์ประมวลผล AI จากต่างประเทศมากขึ้น แม้จะมีข้อจำกัดจากสหรัฐฯ อยู่แล้วก็ตาม เพราะความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ในประเทศยังสูงต่อเนื่อง หากการผ่อนคลายเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นผลบวกต่อ Nvidia ทั้งในแง่ยอดขายและการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างมาก
ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับอิทธิพลทางการเมืองของเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia ที่ถูกจับตาเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ เพราะบริษัทของเขาต้องเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างข้อจำกัดด้านความมั่นคงแห่งชาติของวอชิงตันกับความต้องการของตลาดจีน ข่าวนี้จึงสะท้อนภาพรวมที่ใหญ่กว่า คือการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสองมหาอำนาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่เทคโนโลยี แต่รวมถึงการเจรจา การควบคุมการค้า และการใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อรักษาพื้นที่ทางธุรกิจของบริษัทอเมริกันด้วย


