Microsoft ขึ้นราคา Xbox Series X/S ในยุโรปและสหราชอาณาจักรแรงกว่าคาด
Microsoft ประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องคอนโซล Xbox Series X และ Series S ในหลายตลาด โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและยุโรปแผ่นดินใหญ่ที่ตัวเลขขยับแรงกว่าที่หลายคนคาดไว้ แม้บริษัทจะเคยส่งสัญญาณเรื่องการขึ้นราคามา…

Microsoft ประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องคอนโซล Xbox Series X และ Series S ในหลายตลาด โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและยุโรปแผ่นดินใหญ่ที่ตัวเลขขยับแรงกว่าที่หลายคนคาดไว้ แม้บริษัทจะเคยส่งสัญญาณเรื่องการขึ้นราคามาตั้งแต่เดือนมิถุนายนแล้ว แต่ราคาจริงที่เผยออกมาครั้งนี้ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากตกใจ เพราะบางรุ่นปรับขึ้นเกินหนึ่งในสามจากราคาเดิม
ในสหราชอาณาจักร Xbox Series S รุ่น 512GB ขยับจาก 299 ปอนด์เป็น 429 ปอนด์ ขณะที่รุ่น 1TB เพิ่มจาก 349 ปอนด์เป็น 519 ปอนด์ ส่วน Xbox Series X รุ่นดิจิทัล 1TB เพิ่มเป็น 619 ปอนด์ และรุ่นใส่แผ่น 1TB ขยับถึง 669 ปอนด์ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 48% ในบางรุ่น ฝั่งยุโรปก็ปรับขึ้นในลักษณะใกล้เคียงกัน โดยรุ่นท็อปแตะ 799 ยูโร ส่วนสหรัฐฯ ปรับขึ้นน้อยกว่าเมื่อเทียบเป็นมูลค่าเงิน โดย Microsoft เคยระบุราคาประมาณ 100-150 ดอลลาร์สำหรับบางรุ่น และยกเลิกการจำหน่ายรุ่น 2TB ไปด้วย
Microsoft ให้เหตุผลว่าต้นทุนด้านสตอเรจและหน่วยความจำเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยระบุว่าราคาเหล่านี้พุ่งขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า และอาจเพิ่มขึ้นต่ออีกในช่วงปลายปี 2027 บริษัทมองว่าวิกฤตชิ้นส่วนกำลังกดดันอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคทั้งหมด แต่คอนโซลได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ เพราะโดยปกติแล้วผู้ผลิตมักขายเครื่องในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนเพื่อหวังรายได้จากซอฟต์แวร์และบริการในภายหลัง
กระแสตอบรับจากแฟนเกมเป็นไปในทางลบอย่างชัดเจน หลายคนมองว่าราคาที่ขยับขึ้นสูงขนาดนี้ทำให้การซื้อ Xbox รุ่นใหม่ยิ่งห่างไกลจากผู้บริโภคทั่วไป และสะท้อนว่าตลาดคอนโซลกำลังเข้าสู่ภาวะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนผู้เล่นต้องแบกรับภาระมากขึ้น ผู้ใช้บางส่วนวิจารณ์ว่าเป็นสัญญาณที่ทำให้ยอดขายยากจะเติบโต และมองว่าราคาใกล้ระดับที่ไม่น่าเหมาะสมกับคอนโซลรุ่นปัจจุบันอีกต่อไป
จังหวะการประกาศยังเกิดขึ้นก่อนการมาถึงของ GTA 6 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคาดว่าจะดันความต้องการ PS5 และ Xbox Series X/S ให้สูงขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าทั้ง Sony และ Microsoft อาจรับมือกับดีมานด์ที่พุ่งขึ้นได้ยาก เพราะขณะเดียวกันอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ก็ต้องแข่งขันแย่งชิ้นส่วนกับกระแสลงทุนด้าน AI ทำให้ทั้งการผลิตและการตั้งราคายิ่งซับซ้อนมากขึ้น
ภาพรวมของข่าวนี้สะท้อนแนวโน้มกว้างในอุตสาหกรรมเกมคอนโซลยุคปัจจุบัน ที่ไม่ได้มีแต่การลดราคาตามวงจรสินค้าเหมือนในอดีต แต่กลับเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานจนราคาขายปลีกปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ Xbox เท่านั้นที่โดนผลกระทบ เพราะก่อนหน้านี้ Sony ก็ขึ้นราคา PS5 มาแล้ว Nintendo และ Valve เองก็เผชิญต้นทุนที่ทำให้การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ใหม่ยากขึ้นเช่นกัน


