สหรัฐฯ เห็น 4 ไมโครรีแอคเตอร์ผ่านหมุดหมาย “criticality” ครั้งสำคัญ
สหรัฐฯ เพิ่งเห็นไมโครรีแอคเตอร์ 4 โครงการบรรลุ “criticality” หรือจุดที่ปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบลูกโซ่สามารถคงอยู่ได้เอง ซึ่งถือเป็นหมุดหมายเชิงสัญลักษณ์ของความพยายามผลักดันพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ใน…

สหรัฐฯ เพิ่งเห็นไมโครรีแอคเตอร์ 4 โครงการบรรลุ “criticality” หรือจุดที่ปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบลูกโซ่สามารถคงอยู่ได้เอง ซึ่งถือเป็นหมุดหมายเชิงสัญลักษณ์ของความพยายามผลักดันพลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ในประเทศ เดิมรัฐบาลทรัมป์ตั้งเป้าไว้ให้มีอย่างน้อย 3 โครงการบรรลุเป้าหมายนี้ภายในวันชาติสหรัฐฯ ครบรอบ 250 ปี แต่สุดท้ายทำได้เกินเป้าเป็น 4 ราย ได้แก่ Antares Nuclear, Valar Atomics, Deployable Energy และ Aalo Atomics
โครงการทั้งหมดอยู่ภายใต้ Reactor Pilot Program ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ซึ่งคัดเลือก 11 โปรเจ็กต์และเปิดทางให้ใช้พื้นที่กับการสนับสนุนจากเครือข่ายห้องปฏิบัติการแห่งชาติ เพื่อเร่งการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ต้นแบบ แนวทางนี้สะท้อนความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าและหาทางเลือกพลังงานไร้คาร์บอนในช่วงที่ความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้นและแรงกดดันด้านสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การผ่าน criticality ยังไม่ได้แปลว่าเครื่องปฏิกรณ์พร้อมผลิตไฟฟ้าเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการทดสอบแบบ zero-power criticality ซึ่งใช้ยืนยันว่าระบบเริ่มปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้จริง แต่ยังไม่ใช่การเดินเครื่องเชิงพาณิชย์หรือการสร้างไฟฟ้าจำนวนมีนัยสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญที่ถูกอ้างถึงในบทความชี้ว่า การทดสอบลักษณะนี้อาจทำได้โดยที่ยังไม่ได้แก้โจทย์วิศวกรรมสำคัญบางส่วน โดยเฉพาะด้านเชื้อเพลิงและการออกแบบระบบ
จากนี้ บริษัทต่าง ๆ ยังต้องเดินหน้าพัฒนาองค์ประกอบที่ซับซ้อนกว่านี้ เช่น ระบบระบายความร้อนเพื่อดึงความร้อนออกจากแกนปฏิกรณ์ และการปรับให้เครื่องทำงานได้ในระดับที่ผลิตไฟฟ้าจริงได้ บริษัทบางรายประกาศแผนเชิงรุกมาก เช่น Aalo Atomics มุ่งผลิตไฟฟ้าระดับ 10 เมกะวัตต์เพื่อจ่ายให้ดาต้าเซ็นเตอร์ภายในปี 2027 ขณะที่ Deployable Energy ตั้งเป้าติดตั้งเชิงพาณิชย์ในปี 2028
บทความมองว่ากำหนดเวลาแบบนี้ควรอ่านอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องโครงการขนาดใหญ่ ล่าช้า และงบบานปลาย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยที่บริษัทควบคุมไม่ได้ เช่น กระบวนการอนุมัติของหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งในสหรัฐฯ อยู่ภายใต้คณะกรรมการกำกับกิจการนิวเคลียร์ (NRC) ที่โดยประวัติศาสตร์มักดำเนินการค่อนข้างช้า
แม้ NRC จะเสนอกรอบกำกับใหม่สำหรับไมโครรีแอคเตอร์เพื่อเร่งการอนุมัติ แต่ยังต้องรอดูว่าจะนำไปใช้ได้เร็วแค่ไหน ขณะเดียวกันมีนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งคำถามว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังผ่อนคลายกฎเกณฑ์นิวเคลียร์มากเกินไปหรือไม่ ด้านนักคิดนโยบายบางรายยังมองว่าการผลักดันโครงการลักษณะนี้อาจเบี่ยงเบนจากเป้าหมายสำคัญกว่า คือการเพิ่มกำลังการผลิตนิวเคลียร์ในระดับที่มีนัยต่อระบบไฟฟ้าจริง
โดยสรุป หมุดหมายครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็กในสหรัฐฯ แต่ยังอยู่ไกลจากการเป็นแหล่งไฟฟ้าสำคัญของประเทศ ความสำเร็จด้าน criticality เป็นเพียงก้าวแรก และหนทางต่อจากนี้ยังเต็มไปด้วยทั้งความท้าทายด้านวิศวกรรม กฎระเบียบ และความเป็นจริงทางธุรกิจ


