Frank Miller เผยความคืบหน้า Sin City ภาคใหม่ และเล่าที่มาลงมือวาด TMNT
แฟรงก์ มิลเลอร์ นักเขียนและนักวาดการ์ตูนระดับตำนานของวงการคอมิกส์ เปิดเผยความคืบหน้าของโปรเจกต์ใหม่หลายงาน ระหว่างให้สัมภาษณ์ในงาน Lucca Comics & Games ที่อิตาลี โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด…

แฟรงก์ มิลเลอร์ นักเขียนและนักวาดการ์ตูนระดับตำนานของวงการคอมิกส์ เปิดเผยความคืบหน้าของโปรเจกต์ใหม่หลายงาน ระหว่างให้สัมภาษณ์ในงาน Lucca Comics & Games ที่อิตาลี โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการคืนสู่จักรวาล Sin City หลังจากห่างหายจากเรื่องราวใหม่ไปนาน
มิลเลอร์ยืนยันว่า Sin City: Blood & Dust ซึ่งเดิมถูกประกาศในชื่อ Sin City 1858 กำลังเดินหน้าไปได้ดีมาก และเป็นภาคพรีเควลที่ย้อนกลับไปเล่าเหตุการณ์ยุคคาวบอยต้นกำเนิดของ Basin City จุดเด่นของงานนี้คือเขารับหน้าที่ทั้งเขียนและวาดเองทั้งหมด ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่และใช้เวลามากกว่าหลายโปรเจกต์อื่นในช่วงหลัง แต่เจ้าตัวบอกว่าส่วนใหญ่ของหนังสือใกล้เสร็จแล้วและขั้นตอนที่เหลือควรเดินหน้าได้เร็ว
อีกโปรเจกต์ที่มิลเลอร์บอกว่าตัวเองตื่นเต้นเป็นพิเศษคือ Invasive Species งานกับ Dark Horse Comics ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยเขาอธิบายว่าไอเดียหลักเกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 และสะท้อนความหวาดกลัวร่วมสมัยเกี่ยวกับเชื้อโรค การกักตัว และความไม่ไว้วางใจระหว่างผู้คน เขามองว่ามันเป็นการนำความกลัวแบบไซไฟยุค 1950 มาผสานกับบริบทปัจจุบัน โดยเปลี่ยนการรุกรานจากนอกโลกให้กลายเป็นภัยจากสิ่งมีชีวิตระดับจุลภาค
ในงานเดียวกัน มิลเลอร์ยังพูดถึงการที่ได้มาร่วมวาดปก Teenage Mutant Ninja Turtles #300 ซึ่งถือเป็นการหวนกลับมาสัมผัสแฟรนไชส์ที่ได้รับอิทธิพลจากผลงานของเขาเองในอดีต เขาเล่าว่า IDW ชวนมาแบบไม่ยาก และเขาตอบรับเพราะมองว่าเป็นงานสนุก อีกทั้งยังเล่นมุกว่าตอนลงมือทำก็เลือกจัดองค์ประกอบให้เต่าแต่ละตัวซ้อนกันเป็นภาพเด่นของปก
เมื่อถูกถามว่าตัวเองมีเต่าตัวโปรดหรือไม่ มิลเลอร์ตอบด้วยอารมณ์ขัน โดยโยงไปถึงเลโอนาร์โด ดาวินชีและมิเคลันเจโล พร้อมบอกว่าเขาชอบมิเคลันเจโลเพราะเพดานโบสถ์ซิสทีนเป็นหนึ่งใน ‘หน้าคอมิกส์’ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ คำตอบนี้สะท้อนทั้งอารมณ์ขันและมุมมองที่เขามักใช้เชื่อมศิลปะหลายแขนงเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ มิลเลอร์ยังไม่ปิดโอกาสการกลับไปรับงานกำกับภาพยนตร์อีกครั้ง แม้ผลงานกำกับก่อนหน้านี้อย่าง The Spirit จะไม่ได้ประสบความสำเร็จในเชิงคำวิจารณ์หรือรายได้มากนัก แต่เขายอมรับว่าสื่อภาพยนตร์ยังเป็นพื้นที่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับเขา และเปรียบความรู้สึกนี้เหมือนเด็กที่ได้โอกาสขับยาน Millennium Falcon สรุปแล้ว บทสัมภาษณ์ครั้งนี้สะท้อนว่ามิลเลอร์ยังคงสร้างงานอย่างเข้มข้น พร้อมขยับทั้งงานคอมิกส์ต้นฉบับ งานร่วมแฟรนไชส์ และความเป็นไปได้ในการกลับสู่การกำกับในอนาคต


