งานวิจัยชี้ยอดส่งมอบพีซีโลกเริ่มหดตัวครั้งแรกในรอบปี ท่ามกลางวิกฤตแรมแพง
รายงานวิจัยจาก Counterpoint ระบุว่ายอดส่งมอบพีซีทั่วโลกในไตรมาส 2 ปีนี้ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี และสอดคล้องกับข้อมูลที่ IDC เคยรายงานไว้ก่อน…

รายงานวิจัยจาก Counterpoint ระบุว่ายอดส่งมอบพีซีทั่วโลกในไตรมาส 2 ปีนี้ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี และสอดคล้องกับข้อมูลที่ IDC เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ สัญญาณดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดพีซีกำลังได้รับผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน
Counterpoint อธิบายว่าความต้องการยังพอได้รับแรงหนุนจากรอบเปลี่ยนเครื่องในภาคธุรกิจ การย้ายไปใช้ Windows รุ่นใหม่ และกระแส AI PC แต่ราคาหน่วยความจำที่พุ่งขึ้น โดยเฉพาะ DRAM ได้ดันต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบเครื่องให้สูงขึ้นมาก ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องขึ้นราคา ลดสเปกเริ่มต้น หรือหันไปเน้นรุ่นพรีเมียมที่ทำกำไรสูงกว่าแทน
เมื่อแยกตามแบรนด์ ยอดส่งมอบของ Lenovo ลดลง 2%, HP ลดลง 8% และ Dell ลดลง 6% ขณะที่ Asus เพิ่มขึ้น 4% และ Apple โตแรง 13% อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสองค่ายหลังยังไม่มากพอจะชดเชยภาพรวมของตลาดที่ยังติดลบ จึงสรุปได้ว่าการฟื้นตัวของบางแบรนด์ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางตลาดโดยรวม
บทความชี้ว่าภาพนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะต้นทุนชิ้นส่วนพุ่งขึ้นต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เพิ่งมาถึงจุดที่ผู้ผลิตเริ่มส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้ซื้อจนกระทบความต้องการจริง ผู้ใช้ที่ต้องการอัปเกรดเครื่องเพื่อรองรับ Windows 11 หรือซื้อ AI PC จึงต้องเผชิญราคาที่สูงขึ้นกว่าที่คุ้นเคย
ฝั่งตลาดเครื่องประกอบก็เริ่มเห็นผลชัดขึ้น แม้ช่วงก่อนหน้านี้ราคาพีซียังพอรับได้จากสต็อกชิ้นส่วนเก่าที่ผู้ประกอบการซื้อไว้ล่วงหน้า แต่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาโปรโมชั่นและสเปกราคาคุ้มค่ากลับลดลงมาก โดยชุดเกมมิ่งระดับกลางแตะราว 1,500 ดอลลาร์ และเครื่องงบประหยัดต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์หายากขึ้น อีกทั้งหลายรุ่นยังต้องลดต้นทุนด้วยการใช้ DDR4 แทน DDR5 หรือใส่แรมเพียงแถวเดียว
อีกตัวอย่างที่สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนคือ Framework ซึ่งเปิดเผยว่าซัพพลายเออร์ขึ้นราคาชิ้นส่วนหน่วยความจำมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับล็อตก่อนหน้า แม้ผู้ผลิตรายใหญ่จะมีความสามารถในการแบกรับต้นทุนได้นานกว่าบริษัทเล็ก แต่บทความเตือนว่าคงไม่สามารถรับภาระนี้ได้ตลอด หากราคาแรมยังพุ่งต่อไป ตลาดพีซีมีโอกาสเผชิญแรงกดดันหนักขึ้นทั้งด้านราคาและยอดขายในช่วงถัดไป


