ขุดพบฟุตเทจต้นแบบ Demon’s Souls ยุคแรก เผยเคยมีโหมดกล้องมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
นักสืบข้อมูลเกมจากคอมมูนิตี้ FromSoftware อย่าง Lance McDonald เปิดเผยวิดีโอและสไลด์พรีเซนต์ภายในของ Demon’s Souls ที่น่าจะเป็นฟุตเทจยุคแรกสุดเท่าที่เคยพบมา โดยเอกสารชุดนี้ถูกนำเสนอในงานภายในของ Sony…

นักสืบข้อมูลเกมจากคอมมูนิตี้ FromSoftware อย่าง Lance McDonald เปิดเผยวิดีโอและสไลด์พรีเซนต์ภายในของ Demon’s Souls ที่น่าจะเป็นฟุตเทจยุคแรกสุดเท่าที่เคยพบมา โดยเอกสารชุดนี้ถูกนำเสนอในงานภายในของ Sony ชื่อ Gameshare 4 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2007 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนเกมตัวจริงวางจำหน่ายในญี่ปุ่นเกือบสองปี
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือเดโมความยาวราวสองนาที ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตัวเกมเคยถูกทดลองกับโหมดกล้องมุมมองบุคคลที่หนึ่ง คล้ายซีรีส์ King’s Field ที่เป็นผลงานยุคก่อนของ FromSoftware โหมดนี้ดูเหมือนจะเป็นฟีเจอร์เสริมให้ผู้เล่นสลับใช้ได้ ไม่ใช่แกนหลักของเกม และถูกนำเสนอร่วมกับกล้อง 3D แบบเก่าในช่วงต้นพัฒนา
อีกความแตกต่างสำคัญคือระบบกล้องในเวอร์ชันต้นแบบยังล็อกอยู่ด้านหลังตัวละครและหันไปทิศเดียวกับผู้เล่นตลอด ซึ่งให้ความรู้สึกใกล้กับเกมแอ็กชันยุคเก่าอย่าง Jedi Knight มากกว่าระบบหมุนกล้องอิสระในเวอร์ชันสุดท้าย ระบบกล้องแบบนี้น่าจะทำให้การเล่นแตกต่างจาก Demon’s Souls ที่เรารู้จักอย่างมาก เพราะซีรีส์ Souls ในปัจจุบันพึ่งพาการเล็งเป้าหมายและการจัดตำแหน่งศัตรูผ่านกล้องรอบตัวผู้เล่นเป็นหลัก
ในส่วนของฉากและศัตรู เดโมเกิดขึ้นในพื้นที่ฝึกสอนยุคต้นของเกม โดยยังมี Vanguard Demon อยู่ในอารีน่าเดิมแทบไม่ต่างจากเกมจริง นอกจากนี้ยังพบว่า Dragon God เคยถูกวางให้อยู่ในสนามกลางแจ้งลักษณะเป็นปากปล่องภูเขาไฟ แทนถ้ำลาวาแบบเวอร์ชันออกจำหน่ายจริง อีกทั้งยังมีศัตรูบางตัวที่ไม่เคยโผล่ในเกมเต็ม เช่น งูเดินสองขา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทีมพัฒนาเคยทดลองแนวทางศัตรูและบรรยากาศหลายแบบก่อนสรุปทิศทางสุดท้าย
สไลด์พรีเซนต์ยังเผยภาพคอนเซปต์อาร์ตของบอสและพื้นที่บางส่วน รวมถึง Flamelurker และภูมิประเทศโล่งกว้างที่มีหลุมขนาดใหญ่ตรงกลาง ซึ่งทำให้นึกถึงงานออกแบบพื้นที่ลึกลับใน Elden Ring ภาคเสริม Shadow of the Erdtree ได้บ้าง ขณะเดียวกัน Sony และ FromSoftware ยังใช้เวลาส่วนใหญ่ในพรีเซนเทชันอธิบายระบบมัลติเพลเยอร์แบบไม่สมมาตรของเกม เพราะมองว่านี่คือจุดขายสำคัญ แต่ก็อาจเป็นสิ่งที่อธิบายยากสำหรับผู้ชมในเวลานั้น
อีกประเด็นที่ชวนอมยิ้มคือไทม์ไลน์การพัฒนาที่ในสไลด์คาดว่าเกมจะเสร็จราวมิถุนายน 2008 แต่ท้ายที่สุดกลับเลื่อนไปจนวางขายในญี่ปุ่นช่วงกุมภาพันธ์ 2009 พร้อมข้อความที่พูดถึงการวางจำหน่ายทั่วโลก ซึ่งยิ่งตอกย้ำความอึดอัดในประวัติศาสตร์ของเกม เพราะในช่วงแรก Sony เลือกวางจำหน่ายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น
โดยรวม ฟุตเทจชุดนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นว่า Demon’s Souls เคยเกือบกลายเป็นเกมอีกแบบหนึ่ง ทั้งในด้านมุมกล้อง โครงสร้างการเล่น และโทนประสบการณ์ทั้งหมด จากเกมที่อาจเหลือเพียงผลงานลัทธิผู้เล่นเฉพาะกลุ่ม กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การถือกำเนิดของแนว Souls-like และส่งอิทธิพลต่อวงการเกมในทศวรรษถัดมา


