รีวิว Golden Axe ฉบับแอนิเมชัน: ขำกวนแต่เคารพต้นฉบับ
Golden Axe เวอร์ชันแอนิเมชันที่เตรียมฉายบน Paramount+ วันที่ 16 กันยายน ถูกมองว่าเป็นงานดัดแปลงที่เลือกเดินสาย “กวนๆ รู้ตัวเอง” ตามสูตรที่คุ้นเคยของแอนิเมชันเสียดสีร่วมสมัย ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกว่า…

Golden Axe เวอร์ชันแอนิเมชันที่เตรียมฉายบน Paramount+ วันที่ 16 กันยายน ถูกมองว่าเป็นงานดัดแปลงที่เลือกเดินสาย “กวนๆ รู้ตัวเอง” ตามสูตรที่คุ้นเคยของแอนิเมชันเสียดสีร่วมสมัย ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าไม่ได้แปลกใหม่มากนักตั้งแต่แรก แต่เมื่อดูทั้งซีซันแล้ว ผู้เขียนรีวิวเห็นว่าซีรีส์ค่อยๆ เอาชนะความลังเลได้ด้วยมุกที่ใช้ได้จริง งานพากย์แข็งแรง และบรรยากาศโดยรวมที่เป็นมิตร ไม่ได้ดูเหมือนกำลังเยาะเย้ยเกมต้นฉบับ
แกนหลักของเรื่องยังหยิบตัวละครและโลกจากเกมอาร์เคดของ SEGA ปี 1989 และภาคต่อมาปรับใหม่ให้เป็นคอเมดี้แฟนตาซีจังหวะเร็ว โดยยังคงมีตัวละครสำคัญอย่าง Ax Battler, Tyris Flare และ Gilius Thunderhead อยู่ครบ แต่โครงเรื่องในซีซันแรกแบ่งออกเป็นสองสายผจญภัย ทำให้ Gilius กลายเป็นตัวเด่นที่สุดของเรื่อง เมื่อเขาแยกทางกับพวกพ้องและออกเดินทางคู่กับตัวละครใหม่ Hampton Squib ขณะที่ Ax และ Tyris ไปจับคู่กับ Chronos จาก Golden Axe III เพื่อไล่ล่า Death Adder และ Golden Axe อาวุธในตำนาน
รีวิวชื่นชมการแสดงเสียงเป็นพิเศษ โดยยกให้ Matthew Rhys ที่พากย์ Gilius เป็นจุดแข็งสำคัญ เพราะถ่ายทอดความดุ ดื้อ และอารมณ์ขันแบบคนหัวแข็งได้อย่างสนุก ส่วน Danny Pudi ในบท Hampton เติมพลังวัยรุ่นมองโลกบวกได้ลงตัว ขณะที่ Liam McIntyre, Lisa Gilroy และ Carl Tart ก็ช่วยทำให้ตัวละครฝั่ง Ax, Tyris และ Chronos มีคาแรกเตอร์ชัดเจน อย่างไรก็ดี เนื้อหาฝั่ง Gilius กับ Hampton ถูกมองว่าน่าสนใจกว่า เพราะ Ax กับ Tyris มีโทนความมั่นใจเกินเหตุคล้ายกันมากไปหน่อย
ในเชิงสไตล์และอารมณ์ ซีรีส์ถูกเปรียบกับงานอย่าง Rick and Morty และ Star Trek: Lower Decks ทั้งในด้านความเร็วของมุกและการเสียดสีแบบรู้ทันสื่อ ซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าแปลกเพราะทีมเขียนบทมีคนจาก Rick and Morty และหนึ่งในผู้สร้างคือ Mike McMahan ผู้สร้าง Lower Decks ด้วย จุดนี้ทำให้ Golden Axe มีทั้งมุกที่ฮาใช้ได้จริงและมุกที่พลาดหรือเดาง่ายเกินไป โดยช่วงต้นซีซันค่อนข้างโฉ่งฉ่างและอาจน่ารำคาญบ้าง แต่เมื่อเรื่องเดินไปเรื่อยๆ จังหวะจะดีขึ้น ตัวละครน่าเอาใจช่วยมากขึ้น และมุกหลายส่วนก็มีน้ำหนักมากขึ้น
สิ่งที่รีวิวมองว่าน่าจดจำคือการหยิบองค์ประกอบคลาสสิกจากเกมมาเล่นใหม่อย่างมีอารมณ์ขัน เช่น พวกโครงกระดูกศัตรูที่ถูกขยายบทให้มีบุคลิกเหมือนคนทำงานธรรมดาๆ หรือรายละเอียดอย่างยาน้ำยาเวทมนตร์ที่ต้องเก็บจากเกม รวมถึงกลุ่ม Thieves ที่ถูกนำมาขยายเป็นเรื่องราวเชิงขบขันได้อย่างน่าสนใจ ตอนหนึ่งของซีซันยังมีตอนที่พยายามจำลองภาพและอารมณ์ของเกมต้นฉบับให้ตรงใจแฟนๆ โดยตรง ซึ่งถูกมองว่าเป็นไฮไลต์ของซีซัน
โดยรวมแล้ว รีวิวสรุปว่า Golden Axe เป็นการดัดแปลงที่ไม่ได้พยายามทำให้ตัวเองดูขรึมหรือศักดิ์สิทธิ์เกินไป แต่ก็ไม่ถึงขั้นดูถากถางต้นฉบับ ตรงกันข้าม ซีรีส์แสดงออกถึงความเข้าใจและความรักต่อเกมต้นทางมากพอ แม้จะใช้มุกล้อเลียน เช่น ประเด็นชื่อ Ax Battler ที่ใช้ดาบแทนขวาน แต่ก็เป็นการล้อแบบหยิกแกมหยอกมากกว่าการดูหมิ่น สำหรับคนที่รับมือกับงานแฟนตาซีสายคอมเมดี้ได้ นี่จึงดูเป็นซีรีส์ที่มีศักยภาพจะมอบความบันเทิงได้พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อมองจากพลังของนักพากย์และความตั้งใจในการรีมิกซ์ความทรงจำจากเกมอาร์เคดให้กลายเป็นแอนิเมชันยุคใหม่


