ราคาส่งการ์ดจอในจีนขยับขึ้นอีก ส่อกดดันราคาขายทั่วโลก
รายงานจากสื่อสายฮาร์ดแวร์ในจีนระบุว่า ราคาส่งแบบสปอตของการ์ดจอ Nvidia RTX 50 หลายรุ่นเริ่มปรับขึ้นอีกครั้ง ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นสัญญาณล่วงหน้าว่าราคาขายปลีกในตลาดโลกจะยิ่งตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ…

รายงานจากสื่อสายฮาร์ดแวร์ในจีนระบุว่า ราคาส่งแบบสปอตของการ์ดจอ Nvidia RTX 50 หลายรุ่นเริ่มปรับขึ้นอีกครั้ง ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นสัญญาณล่วงหน้าว่าราคาขายปลีกในตลาดโลกจะยิ่งตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออุปทานและต้นทุนหน่วยความจำยังอยู่ในภาวะกดดันต่อเนื่อง
รุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ RTX 5080 รุ่น 16 GB ซึ่งมีรายงานว่าราคาส่งเพิ่มขึ้นราว 2,000 หยวน หรือประมาณ 300 ดอลลาร์ ทำให้ราคาปัจจุบันขยับไปอยู่แถว 14,500-15,000 หยวน หรือคิดเป็นราว 2,171-2,246 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ RTX 5070 Ti ก็ปรับขึ้นอีกราว 600 หยวน หรือประมาณ 90 ดอลลาร์
สถานการณ์นี้สะท้อนว่าตลาดการ์ดจอระดับบนยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ และแรงกดดันด้านราคาก็เริ่มส่งผลถึงผู้บริโภคโดยตรงแล้ว ในสหรัฐฯ ราคาขายปลีกของ RTX 5080 ที่หาได้ถูกที่สุดในตอนนี้อยู่ที่ราว 1,850 ดอลลาร์ ขณะที่การ์ดรุ่นล่างหลายรุ่นก็มีราคาห่างกันเพียงเล็กน้อย จนทำให้ตัวเลือกระดับเริ่มต้นของ Nvidia แพงเกินคาดสำหรับการ์ดเกมมิ่งที่ช้าสุดในเจเนอเรชันนี้
รายงานยังระบุด้วยว่า Asus ได้ปรับนโยบายราคาครอบคลุมหลายรุ่น โดย RTX 5080 16 GB ขึ้น 1,000 หยวน หรือ 150 ดอลลาร์ ส่วน RTX 5070 Ti, RTX 5070 และ RTX 5060 Ti 16 GB ขึ้นราว 200 หยวน หรือ 30 ดอลลาร์ ขณะที่การ์ด AMD หลายรุ่นก็ถูกปรับขึ้นตามกันในช่วง 100-300 หยวน
แม้การขึ้นราคาของบางรุ่นจะดูไม่มาก แต่ทิศทางโดยรวมชี้ว่าช่วงปลายปีนี้อาจเป็นฤดูหนาวที่ยากลำบากสำหรับคนที่อยากอัปเกรดการ์ดจอในงบสมเหตุสมผล และถ้าสภาพตลาดไม่เปลี่ยนแปลง ความแพงอาจลากยาวไปถึงปี 2027 ได้ตามที่แหล่งข่าวประเมินไว้
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือกระแสข่าวเกี่ยวกับ RTX 5080 รุ่น 24 GB ซึ่งอาจตั้งราคาส่งได้สูงถึง 19,999 หยวน หรือเกือบ 3,000 ดอลลาร์ สถานการณ์ทั้งหมดตอกย้ำว่าภาวะขาดแคลนหน่วยความจำและข้อจำกัดด้านการผลิตยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักให้ตลาดการ์ดจอทั่วโลกดูแพงผิดปกติ


