Hasbroรับผลกระทบ 56 ล้านดอลลาร์จากการยกเลิกเกม พร้อมย้ำ Baldur’s Gate 3 คือกุญแจสู่อนาคต
Hasbro รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดพร้อมบันทึกด้อยค่าที่ไม่ใช่เงินสดมูลค่า 56 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนการยกเลิกเกมหลายโปรเจกต์ที่อยู่ระหว่างพัฒนาและเดิมวางแผนจะออกหลังปี 2028 เป็นต้นไป โดยบริษัทชี้แจง…

Hasbro รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดพร้อมบันทึกด้อยค่าที่ไม่ใช่เงินสดมูลค่า 56 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนการยกเลิกเกมหลายโปรเจกต์ที่อยู่ระหว่างพัฒนาและเดิมวางแผนจะออกหลังปี 2028 เป็นต้นไป โดยบริษัทชี้แจงว่าเป็นการทบทวนพอร์ตเกมครั้งใหญ่เพื่อปรับทิศทางธุรกิจดิจิทัล ไม่ใช่การขาดทุนจากการดำเนินงานโดยตรง แต่เป็นการปรับมูลค่าสินทรัพย์ที่เคยตั้งไว้สูงเกินจริงเมื่อเทียบกับแผนเดิม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากไม่กี่ปีก่อน Hasbro เคยแสดงความมั่นใจอย่างมากต่อเกม หลังแรงหนุนจากความสำเร็จมหาศาลของ Baldur’s Gate 3 ทำให้บริษัทเร่งลงทุนในตลาดนี้อย่างจริงจัง มีการเปิดเผยว่ามีสตูดิโอและโครงการเกมจำนวนมากอยู่ในพอร์ต และฝ่าย Wizards of the Coast เคยระบุว่ามูลค่าโครงการเกมที่กำลังพัฒนาแตะระดับกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมมองว่าวิดีโอเกมจะเป็นแกนหลักของกลยุทธ์ระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เส้นทางหลังจากนั้นไม่ได้ราบรื่นนัก หลายโปรเจกต์เผชิญปัญหาหรือถูกยกเลิก เช่น เกม GI Joe งบสูงที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2021 และข้อตกลงสำหรับเกม D&D ใหม่จากสตูดิโอ Giant Skull ของ Stig Asmussen ที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน Hasbro ก็ยังไม่ประกาศภาคต่อหรือโปรเจกต์ติดตามผลของ Baldur’s Gate 3 ทั้งที่เกมต้นฉบับยังคงมีผู้เล่นจำนวนมากและประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและรางวัล
Hasbro ไม่ได้ระบุชื่อเกมที่กระทบต่อการด้อยค่าครั้งนี้อย่างชัดเจน แต่ยืนยันว่ามีการตัดโครงการบางส่วนออกจากแผนงานในอนาคตเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่ ซีอีโอ Chris Cocks ระบุว่าบริษัทจะมุ่งลงทุนไปยังแฟรนไชส์ แพลตฟอร์ม และพาร์ตเนอร์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนชัดเจนที่สุด พร้อมเน้นจุดแข็งของ Hasbro ในกลุ่มเกมการ์ดและ RPG ซึ่งมี Magic: The Gathering และ Baldur’s Gate 3 เป็นตัวอย่างสำคัญ
ในเชิงแผนงาน Hasbro มองว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ใช้งบดิจิทัลสูงที่สุดจากการผลักดันโปรเจกต์อย่าง Exodus และ Warlock ก่อนจะลดการใช้จ่ายรวมด้านดิจิทัลลงอย่างน้อยปีละ 25% ภายในปี 2028 บริษัทตั้งใจทำเช่นนี้ด้วยการย้ายงานพัฒนาไปยังภูมิภาคที่ต้นทุนต่ำลง ใช้เครื่องมือและกระบวนการผลิตที่成熟มากขึ้น และคัดทิ้งโปรเจกต์ที่มีความเสี่ยงหรือความเชื่อมั่นต่ำออกจากพอร์ต
ภาพรวมสะท้อนว่าการบุกเกมของ Hasbro กำลังเข้าสู่ช่วงปรับตัวจากการเร่งลงทุนไปสู่การคัดเลือกอย่างเข้มงวดมากขึ้น บริษัทพยายามยึดฐานจากแฟรนไชส์ที่พิสูจน์แล้วว่าขายได้จริง โดยเฉพาะ Magic และ D&D ขณะที่ Baldur’s Gate 3 ถูกยกเป็นหลักฐานว่าการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมสามารถสร้างผลงานระดับเรือธงได้ แต่ในเวลาเดียวกัน การไม่มีแผนต่อยอดที่ชัดเจนจากความสำเร็จนั้นก็ยังเป็นคำถามสำคัญต่ออนาคตของธุรกิจเกมของ Hasbro เอง


