แหล่งรวมข่าวเทคโนโลยี
nerdsify
AI

ทรัมป์ดัน “Super Intelligence” ทดแทน AI จนกลายเป็นบททดสอบความภักดี

บทความของ MIT Technology Review วิเคราะห์การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกคำสั่งฝ่ายบริหารให้หน่วยงานรัฐเลิกใช้คำว่า “artificial intelligence” และหันมาใช้คำว่า “Super Intelligence” แทน โดยให้เหตุผล…

ทรัมป์ดัน “Super Intelligence” ทดแทน AI จนกลายเป็นบททดสอบความภักดี

บทความของ MIT Technology Review วิเคราะห์การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกคำสั่งฝ่ายบริหารให้หน่วยงานรัฐเลิกใช้คำว่า “artificial intelligence” และหันมาใช้คำว่า “Super Intelligence” แทน โดยให้เหตุผลว่าระบบเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรเลียนแบบความฉลาดมนุษย์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ขยายศักยภาพของมนุษย์ คำสั่งดังกล่าวสะท้อนแนวทางการรีแบรนด์ของทรัมป์ที่มักใช้การเปลี่ยนชื่อเพื่อส่งสัญญาณอำนาจและกำหนดวาระทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นชื่อสถานที่ หน่วยงาน หรือสถาบันต่าง ๆ

ผู้เขียนชี้ว่าการเปลี่ยนคำเรียกครั้งนี้อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในรัฐบาล แต่มีแนวโน้มจะกลายเป็นการทดสอบความจงรักภักดีเชิงสัญลักษณ์ ใครใช้คำใหม่ก็อาจถูกมองว่าอยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาล ส่วนใครยังใช้คำเดิมอาจกลายเป็นเป้าถูกโจมตี ตัวอย่างก่อนหน้านี้ เช่น กรณีสำนักข่าว AP ที่ถูกจำกัดการเข้าร่วมงานบางประเภทหลังไม่ยอมใช้คำเรียกตามที่ทำเนียบขาวต้องการ ทำให้ผู้เขียนกังวลว่าเรื่องภาษาจะถูกยกระดับเป็นการเมืองมากกว่าการสื่อสารธรรมดา

ในทางปฏิบัติ หน่วยงานรัฐบางแห่งเริ่มปรับใช้คำใหม่แล้ว เช่น เอกสารจัดซื้อจัดจ้างของ ICE และบางหน้าเว็บของรัฐบาลที่เปลี่ยนคำเงียบ ๆ หรือใส่คำเตือนว่าระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านอาจเห็นทั้งสองคำปะปนกัน อย่างไรก็ตามก็ยังมีความไม่สม่ำเสมออยู่มาก หลายหน่วยงานยังใช้คำว่า AI ตามเดิม ทั้งในประกาศ โครงการ และเอกสารอย่างเป็นทางการ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐจำนวนหนึ่งก็ยังเผลอใช้คำเดิม เช่นเดียวกับบางคำกล่าวของผู้นำระดับสูงในกระทรวงกลาโหม

บทความยังตั้งข้อสังเกตว่าแม้รัฐบาลจะพยายามผลักดันคำว่า “Super Intelligence” แต่ภาคสื่อและภาคธุรกิจเทคโนโลยียังไม่ได้เดินตามพร้อมกันทั้งหมด แม้ทรัมป์จะกดดันสื่อให้ใช้คำใหม่และอ้างว่าทุกคนกำลังจะใช้คำนี้ในไม่ช้า แต่หลายสำนักข่าวยังคงใช้ AI ตามเดิม ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ก็มีท่าทีหลากหลาย บางคนอย่างมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กและอีลอน มัสก์ใช้คำใหม่บ่อยกว่าเพื่อน แต่ผู้บริหารจาก Amazon, Microsoft และ Alphabet ส่วนใหญ่ยังพูดถึง AI เป็นหลัก แม้บางรายจะเริ่มใช้คำว่า “ยุคของ Super Intelligence” ในบางบริบท

อีกประเด็นสำคัญคือผลกระทบด้านต้นทุนและการทำงานจริงของภาครัฐ การเปลี่ยนศัพท์ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่หมายถึงเวลาของเจ้าหน้าที่ การทำคู่มือใหม่ การปรับเอกสาร และการออกแบบคำนิยามทางกฎหมายใหม่ตามคำสั่ง ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นการใช้งบและทรัพยากรเพื่อสนองนโยบายเชิงสัญลักษณ์มากกว่าการแก้ปัญหาเชิงเนื้อหา

ท้ายที่สุด บทความเสนอว่าความน่ากังวลที่สุดไม่ใช่แค่การเปลืองเวลา แต่คือผลต่อการถกเถียงสาธารณะเกี่ยวกับ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังส่งผลต่อชีวิตผู้คนอย่างกว้างขวาง ผู้เขียนเห็นว่าตอนนี้สังคมสหรัฐฯ เพิ่งเริ่มมีบทสนทนาเรื่อง AI อย่างจริงจัง ทั้งเรื่องงาน ความมั่นคง และผลกระทบต่อสุขภาพจิต หากคำเรียกถูกทำให้เป็นเครื่องวัดความภักดีทางการเมือง การสนทนาแบบเปิดกว้างระหว่างคนที่มีมุมมองต่างกันอาจยิ่งยากขึ้น ทั้งที่สาธารณะยังต้องการถกเถียงอย่างมีเหตุผลว่าเทคโนโลยีนี้ควรถูกกำกับและใช้อย่างไร

Apple ส่งสัญญาณหาโมเดลรายได้ใหม่จากแอป AI ภายนอกในระบบนิเวศของตัวเอง
AI

Apple ส่งสัญญาณหาโมเดลรายได้ใหม่จากแอป AI ภายนอกในระบบนิเวศของตัวเอง

ในรายงานผลประกอบการและการประชุมกับนักวิเคราะห์ล่าสุดของ Apple บริษัทส่งสัญญาณว่ากำลังมองหาแนวทางเพิ่มรายได้จาก “โอกาส” ที่เกี่ยวข้องกับแอป AI ของผู้พัฒนาภายนอก แม้ยังไม่ได้ระบุชัดว่าจะทำผ่านวิธีใด แต่ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้เห็นว่า Apple เริ่มให้ความสนใจกับช่องทางสร้างรายได้รอบใหม่ที่ผูกกับระบบนิเวศของ…

Google ดัน Dreambeans บุกอินเดีย เพิ่มรองรับ 13 ภาษา เพื่อเล่าเรื่องส่วนตัวด้วย AI
AI

Google ดัน Dreambeans บุกอินเดีย เพิ่มรองรับ 13 ภาษา เพื่อเล่าเรื่องส่วนตัวด้วย AI

Google เดินหน้าขยาย “Dreambeans” เครื่องมือทดลองด้าน AI ล่าสุดของบริษัทไปยังตลาดอินเดีย โดยมุ่งให้ผู้ใช้เข้าถึงการสร้าง “เรื่องราวส่วนตัว” ที่ผลิตด้วย AI ได้ง่ายขึ้นในวงกว้าง จุดเด่นของการขยายครั้งนี้คือการรองรับภาษาท้องถิ่นของอินเดียมากถึง 13 ภาษา ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์ของ Google ในการทำให้เทคโนโลยี…

Garry Tan เผยใช้ AI agents หนักมากจนจ่ายค่าท็อกเคนปีละสูงสุด 2 แสนดอลลาร์
AI

Garry Tan เผยใช้ AI agents หนักมากจนจ่ายค่าท็อกเคนปีละสูงสุด 2 แสนดอลลาร์

Garry Tan ประธานของ Y Combinator กลายเป็นอีกตัวอย่างของผู้บริหารเทคโนโลยีที่ใช้เครื่องมือ AI อย่างเข้มข้นจนมีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยเขาเล่าว่าการทำงานกับ AI agents ทำให้ตัวเองตื่นเต้นมากถึงขั้นแทบไม่นอนในบางช่วง และพูดติดตลกว่าเหมือนมีอาการ “cyber psychosis” จากความหลงใหลกับเทคโนโลยีนี้ ในการให้…